BLOG

Make It Clear: ทำไมต้อง “เซ็ตซีโร่” กกต. ?
15 มิถุนายน 2560 เวลา 17:00 น.
Make It Clear: ทำไมต้อง “เซ็ตซีโร่” กกต. ?
Make It Clear: ทำไมต้อง “เซ็ตซีโร่” กกต. ?

พงศ์ บัญชา

คอลัมนิสต์อิสระ

มติที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งเห็นชอบมาตรา 70 ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วยคะแนนเสียง 161:15 ที่ให้ Set Zero หรือ “ล้างไพ่” ให้มีการสรรหา กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน กกต.ชุดปัจจุบัน

ถ้าดูตามนัย แทบไม่ต่างอะไรกับการลงมติ “ไม่ไว้วางใจ” กกต.ชุดปัจจุบัน

อย่าลืมว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันมาตลอดว่า อาจมี กกต.ชุดปัจจุบันเพียง 1-2 คน เท่านั้นที่พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 กำหนด โดยจะให้คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้มาชี้ขาด

ทว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.กกต. ซึ่งเป็นกฎหมายลูกสำคัญ 1 ใน 4 ฉบับ ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. กลับมีการ “พลิกท่าที” ให้ต้องสรรหา กกต.ใหม่ทั้งหมด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าที่อดีต กกต. เป็นผู้ออกอาการผิดหวังอย่างเด่นชัดที่สุด ที่ “ไม่ได้ไปต่อ” เห็นได้จากการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เปรียบเทียบการ Set Zero กกต.ชุดปัจจุบัน ว่าเป็น “ตราบาปสำคัญของการเมืองไทย” 

แม้ตามกฎหมาย กกต.ชุดปัจจุบัน จะยังมีโอกาสโต้แย้งผ่านคณะกรรมาธิการร่วม แต่ยากที่จะได้ผลซึ่งแตกต่างออกไป...

ย้อนอดีตเพื่อมองไปถึงอนาคต

กกต.เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระซึ่งถูกจัดตั้งตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 เพื่อมาทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง แทนกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝ่ายบริหาร เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

อำนาจหน้าที่ของ กกต. มีผลต่อการเลือกตั้งเป็นอย่างมาก เพราะทั้งตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร กำหนดวิธีการลงคะแนน ตรวจสอบว่ามีการทุจริตหรือไม่ ไปจนถึงประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เรียกว่าเป็น “ซูเปอร์ผู้คุมสอบ” ที่มีอำนาจมากล้น

ไม่รวมถึงอำนาจในการตรวจสอบสมาชิกภาพของ ส.ส. ส.ว. ไปจนถึงรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง และขอให้ศาลสั่งยุบพรรคการเมือง 

ด้วยบทบาทอันสำคัญนี้ ทำให้หลายครั้ง กกต. เป็น “ตัวละครสำคัญ” ในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 ที่ กกต.ชุดนั้น ถูกพรรคประชาธิปัตย์ยื่นฟ้องจนพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลตัดสินให้จำคุก ข้อหาเอื้อประโยชน์ให้กับบางพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง (แต่ศาลฎีกากลับยกฟ้องในเวลาต่อมา) หรือในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 ซึ่ง กกต.ชุดปัจจุบันเข้าทำหน้าที่แล้ว ได้ส่งสัญญาณให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเลื่อนการเลือกตั้ง หลังมวลชน กปปส.ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งหลายแห่ง จนการเลือกตั้งไม่ประสบความสำเร็จ และถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ

ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 รวมถึงร่าง พ.ร.บ.กกต. ได้เพิ่มอำนาจ หรือที่ภาษาสื่อเรียกว่า “ติดดาบ” ให้กับ กกต. หลายอย่าง 

ทั้งการสอบสวนข้อสงสัยกรณีว่าจะมีการทุจริตการเลือกตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องมีผู้ร้อง, การสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐงดเว้นการกระทำใดที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม, การขอให้ ปปง.และ สตง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่สงสัยว่าจะทุจริตการเลือกตั้ง, การขอให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติช่วยตรวจสอบข้อมูลเรื่องการซื้อเสียง ฯลฯ

ก่อนหน้านี้ กกต.ชุดปัจจุบัน น่าจะเชื่อมั่นว่า จะได้อยู่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำลังจะมาถึง ตามโรดแม็ปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เห็นได้จากการแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จได้ภายใน 90 วัน ทั้ง ๆ ที่ ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ให้เวลาไว้ถึง 150 วัน

หรือจากการโต้แย้งประเด็นเรื่อง “กกต.จังหวัด” กับ “ผู้ตรวจเลือกตั้ง” กับ กรธ. อย่างไม่ลดละ

แต่ความมั่นใจของ กกต. กลับไม่ทำให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เกิดความมั่นใจตามไปด้วย เห็นได้จาก “4 คำถามของบิ๊กตู่” ที่เนื้อหาแสดงถึงความคลางแคลงใจต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

หลายคนเชื่อว่า การยึดกุม กกต. คือการยึดกุมชัยภูมิที่ได้เปรียบ ก่อนการเลือกตั้ง

เหมือนที่นายสมชัย ระบุว่า กลไกสรรหา กกต.ชุดใหม่ มิใช่กลไกสรรหาภายใต้ภาวะปกติ เพราะไม่ว่าเสนอชื่อใครมา สนช.ซึ่งคณะผู้มีอำนาจแต่งตั้ง “ก็อาจจะส่งคืนไปให้สรรหามาใหม่ จนกว่าจะเป็นที่พอใจ”

การทำ “ปลาสองน้ำ” ให้เป็น “ปลาน้ำเดียวกัน” จึงเริ่มต้นด้วยการ Set Zero กกต.ชุดปัจจุบัน

 

TOP
NOW :