พื้นที่ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ตอนจบ

รายการคิดเล่นเห็นต่างกับ คำผกา ประจำวันที่ 29 กรกฏาคม 2555

 

แม้ว่าจอมพล ป. พิบูลสงครามจะดำรงตำแหน่งอันยาวนาน ทิ้งมรดกและอิทธิพลผลกระทบทางการเมืองไว้มากมายมหาศาล แต่ชีวิตและผลงานของท่านก็ถูก "การเมืองของอดีต" ทำให้เลือนลาง จางหาย กลายเป็นบุคคลที่ลึกลับ หรือไม่ก็ไร้ความหมาย ไร้ความสำคัญในหน้าของประวัติศาสตร์ไทย 
 
ชาญวิทย์ เกษตรศริ
 
 
นี่คือบางช่วงบางตอนที่อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริได้กล่าวไว้ในหนังสือ บันทึกการสัมมนา จอมพล ป. พิบูลสงคราม กับ การเมืองสมัยใหม่ ซึ่งในการสัมมนาครั้งนี้เป็นการบันทึกการสัมมนาในระหว่างวันที่ 24 -25 มิถุนายน พ.ศ.2536 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจัดสัมมนาโดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตีพิมพ์ครั้งแรก 14 กรกฎาคม 2540 ซึ่งเป็นปีที่เราได้มีรัฐธรรมนูญที่ว่ากันว่าเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลของประเทศไทยในสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งบางคนอาจมีความคิดว่า จอมพล ป. พิบูลสงครามนั้น เป็นผู้นำเผด็จการ นำเอาลัทธิคลั่งชาติเข้ามาสู่สังคมไทย นั่นคือการป้ายความผิดให้กับจอมพล ป. พิบูลสงคราม กลายเป็นผู้ร้ายในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่จะมีใครหรือไม่ที่ได้สัมผัสเรื่องราวอีกด้านหนึ่งของท่าน ความเป็นจริงที่อาจถูกมองข้ามและบิดเบือนไป สัปดาห์นี้รายการคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกาจะขอย้อนประวัติศาสตร์ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามให้ได้รับทราบกัน
จอมพล ป. พิบูลสงครามเกิดในปี 2440 ที่จังหวัดจันทบุรี จนกระทั่งท่านได้ไปเรียน วิชาทหารปืนใหญ่ที่ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2467 และท่านเองก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง "คณะราษฎร"ที่ประเทศฝรั่งเศส วัตถุประสงค์เปลี่ยนแปลงการปกครองครองสยาม หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475แล้วท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรชั่วคราว 1 เมาษายน 2476 ได้เกิดการทำรัฐประหารเงียบโดยพระยามโนปกรณ์ นิติธาดา โดยใช้พระราชกฤษฎีกา ยกเลิกบางมาตราในรัฐธรรมนูญ จึงทำรัฐธรรมนูญฉบับนั้นไม่มีผลบังคับใช้ แต่เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2476 จอมพล ป. พิบูลสงครามก็ได้ยึดอำนาจกลับมาจากรัฐบาลและจัดตั้งรัฐบาลคณะราษฎรขึ้นโดยมีพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงเดือนตุลาคม 2476 ระหว่างมีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรได้มีกลุ่มกบฏบวรเดช พยายามยึดอำนาจอีกครั้งแล้วหลวงพิบูลสงคราม(คือตำแหน่งในขณะนั้น)ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับกองผสม และปราบกบฏได้สำเร็จ
ผลงานของท่านที่เห็นได้เด่นชัดในช่วงที่ที่เป็นรัฐมนตรีนั่นคือการสร้างเมืองลพบุรีให้เป็นเมืองทหาร การก่อตั้งนิคมสร้างตนเองเพื่อให้ผู้ไร้ที่ทำกินได้อาศัย และเมื่อถึงเวลาที่ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีโดยการลงมติจากสภาที่ก็ได้มีนโยบายรัฐนิยมเกิดขึ้น ได้มีการวางศิลาฤกษ์สร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเกิดสงครามอินโดจีนขึ้นเมื่อปี2483 เราได้ญี่ปุ่นเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งมีผลให้ไทยได้ครอบครองจังหวัดเสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณในประเทศกัมพูชา และแขวงจำปาศักดิ์ ไชยบุรีในประเทศลาว และมีการวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารตำรวจที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ด้วย
เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้งเมื่อมีสงครามโลกครั้งที่ 2 จอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2487 แล้วให้นายควง อภัยวงศ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน 8 ตุลาคม 2488 รัฐบาลในยุคนั้นประกาศใช้กฏหมาย "อาชญากรสงคราม"ซึ่งนั่นทำให้จอมพล ป. พิบูลสงครามตกเป็นผู้ต้องหาก่อนที่ศาลฎีกาจะชี้ขาดว่ากฏหมายอาชญากรสงครามนั้นตกเป็นโมฆะไป
ในยุคที่ 2 ของการเป็นนายกรัฐมนตรีของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เกิดขึ้นในปี 2490 โดยคณะรัฐประหารที่มีพลโทผิน ชุณหะวัณล้มรัฐบาลของ พลเรือตรีถวัลย์ นาวาสวัสดิ์ ซึ่งในยุคที่ 2 นี่เอง จอมพล ป. พิบูลสงครามได้ให้ความสำคัญต่องานด้านวัฒนธรรมมาก โดยได้จัดตั้ง กระทรวงวัฒนธรรมขึ้น(และภายหลังได้ถูกยุบไปโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์) ในช่วงนี้ได้เกิดกบฏขึ้นมากมาย ทั้งกบฏเสนาธิการทหาร กบฏวังหลวง กบฏแมนฮัตตัน เมื่อวันที่ 14 เมษายน – 22 มิถุนายน 2498 70วันรอบโลกของจอมพล ป. พิบูลสงครามท่านได้เดินทางเยือน17 ประเทศทั่วโลกและได้เกิดมิติใหม่ทางการเมืองขึ้นและเริ่มปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นโดยให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อว่า พรรคเสรีมนังคศิลา ให้เสรีภาพแก่การชุมนุม วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและอื่นๆในที่สาธารณะที่เรียกว่า "ไฮปาร์ค" และการวิจารณ์ในหนังสือพิมพ์ ให้รัฐบาลจัดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนที่เรียกว่า "เปรสคอนเฟอร์เรนซ์" จากนั้น เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500 รัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงครามได้ถูกยึดอำนาจโดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นการปิดฉากบทบาททางการเมืองของจอมพล ป. พิบูลสงครามอย่างสมบูรณ์แบบ 
ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดของจอมพล ป. พิบูลสงครามนี้ทุกท่านจะได้รับชมตลอดทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ แล้วมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์การเมืองไทยในยุคเฟื่องฟูไปพร้อมๆกับเราค่ะ 

29 กรกฎาคม 2555 เวลา 18:51 น.

View 8901

Keyword: ประชาธิปไตย , คำผกา , การเมืองไทย , voice tv , อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย , จอมพล ป. พิบูลสงคราม , ประวัติศาสตร์ , พรรคการเมือง , คิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา , ชาญวิทย์ เกษตรศิริ , อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ , เปลี่ยนแปลงการปกครอง , กบฏบวรเดช , กบฏวังหลวง , สงครามอินโดจีน , ประวัติจอมพล ป. พิบูลสงคราม , รัฐนิยม , กบฏแมนฮัตตัน , ประกวดนางสาวสยาม , ไฮปาร์ก , ผู้ดี , มารยาทไทย , การแต่งกายของไทย , ประกวดเด็กอนามัย , สงครมโลกครั้งที่2

Embed code :

ARCHIVE

การส่งท้ายกับคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา

ติดตามชมรายการ คิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา ประจำวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2556 นำเสนอในตอน การส่งท้ายกับคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา

สถาปนิกแห่งความเป็นไทย

สถาปนิกมือหนึ่ง ในการสร้างความเป็นไทย รังสรรค์ผลงาน เพลง บทละคร และนวนิยายแนวชาตินิยม เพลงปลุกใจ ติดตามได้ในรายการคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา ในวันอาทิตย์นี้

เมื่อเซ็กส์...กลายเป็นภาระของชีวิต

ผลของการสำรวจของคนญี่ปุ่นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พบว่า มีผู้หญิงอายุช่วงอายุ 16-24 ปี ไม่สนใจที่จะมีเซ็กส์เลยมากถึง 45% มีอะไรเกิดขึ้นกับคนญี่ปุ่น ? ชมคิดเล่นเห็นต่างอาทิตย์นี้

ความเป็นไทย...ใน Lonely Planet

เมืองไทยเป็นดินแดนเอ็กโซติกอย่างไร ในหนังสือ Lonely Planet ติดตามรายละเอียดใน “คิดเล่นเห็นต่าง กับคำผกา” ในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2556 เวลา 20.00-20.30 น. ทาง VoiceTV

ลำยองเลี้ยงลูก

การเลี้ยงลูกของลำยอง ที่ไม่ตรงกับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการนั้นผิดหรือถูก มาร่วมคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกาในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคมนี้ เวลา 20.00-20.30 น.ทางVoiceTV