'ละครน้ำเน่า'

 

เพราะเหตุใด ใคร  ๆ จึงประณามว่า ละครน้ำเน่าที่ออกอากาศในช่องฟรีทีวีของเมืองไทยนั้น ไร้สาระ ?

ความจริงแล้วพวกละครโทรทัศน์ที่เห็นว่าน้ำเน่านี้แหละเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความคิด  ความเชื่อ  อุดมการณ์และโลกทัศน์ของสังคมกระแสหลัก  ปลูกฝังเข้าไปยังคนดูที่ดูอย่างเอาความบันเทิงรับเข้าไปได้อย่างเนียน ๆ และกลืนมันเข้าไปย่อยจนกลายเป็นความคิดอุดมการณ์ของตัวเองได้ดีที่สุด  รัฐอาจจะต้องเสียเวลาในการปลูกฝังความคิดอุดมการณ์บางอย่างผ่านแบบเรียนใช้เวลาเป็นปี ๆ ในระบบการศึกษาของโรงเรียน  แต่ละครโทรทัศน์ปลูกฝังอุดมการณ์บางอย่างได้ในเวลาไม่นาน  อย่างมากถ้าเรตติ้งดีก็คงยืดได้สัก 3 เดือน  ใน 1 เรื่อง

 

ยกตัวอย่างเอาง่าย ๆ เลยว่าอากัปกิริยาต่าง ๆ ของตัวละครในละคร  เช่นการตบเวลาที่นางอิจฉาเงื้อมือจะตบนางเอก  ที่เห็นเงื้อมือตบนี่มันมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าที่จะมีความหมายเพียงว่า  เอ๊ะ อีนี่ฉันโกรธเธอ  ฉันหมั่นไส้เธอ  ฉันอยากได้ผัวเธอมาทำผัวแต่มีเธอเป็นก้างขวางคอ  ฉันเกลียดเธอๆ .........กรี๊ด ๆ ๆ ๆ     เพราะกิริยาการตบนั้นจะลงรหัสเชิงเพศสภาวะหรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Gender Code โดยตัวละครเพศหญิงเท่านั้นที่จะมีสิทธิในการตบ  ถ้าตัวละครชายจะมาตบกันก็ดูไม่แมนแสนจะแต๋วแตก  กลายเป็นละครที่พวกตุ๊ด ๆ แต๋ว ๆ จะตบกัน  และก็ถอดรหัสเชิงเพศสภาวะได้ว่าตัวละครนั้นมีความเป็นหญิงสูง  ถ้าตัวละครต้องแสดงความเป็นชายสูง ก็ต้องใช้การชกต่อยซึ่งก็ลงรหัสเชิงเพศสภาวะไว้ว่าเป็นตัวละครเพศชาย  ซึ่งก็จะกลายเป็นโลกทัศน์ที่ส่งผ่านทางจอทีวีไปให้คนดูดูและแยกแยะการกระทำที่ตัวละครแสดงผ่านร่างกายให้มีความหมายทางสังคมที่ว่าด้วยเรื่องเพศ

 

หรือจะเป็นสูตรสำเร็จของละครน้ำเน่าไทยอย่าง ตบจูบ ก็เหมือนกัน  เมื่อนางเอกตบพระเอกแล้วเป็นการสร้างความรุนแรงขึ้นมา  แต่ตัวพระเอกก็จะทำหน้าที่สลายความรุนแรงนั้นโดยใช้การแสดงออกทางร่างกายผ่านการจูบ  บางเรื่องอาจจะเลยเถิดถึงขั้นปลุกปล้ำ  ข่มขืนกันเลยทีเดียว  เป็นการแสดงกระบวนการใช้อำนาจที่ผู้ชายแสดงเหนือร่างกายของผู้หญิง  ซึ่งไม่มีละครน้ำเน่าไทยเรื่องไหนเลยจะ  มีฉากสลับกันให้ตัวละครฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายถูกตัวละครฝ่ายชายตบแล้วจูบ  ปล้ำ  ข่มขืนตัวละครฝ่ายชายเลย  เพราะมันเป็นการส่งผ่านถึงอุดมการณ์ในเรื่องเพศสภาวะของสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่สู่คนดู  นางเอกทั้งหลายจึงต้องรอพระเอกมาจูบ  หรือรูปตามปกหนังสือเรื่องย่อละคร  หรือปกนิยายเล่มบาง ๆ เล่มละ 10 กว่าบาทขายตามสถานีขนส่ง  ก็ต้องเป็นรูปที่พระเอกโอบกอดนางเอกเป็นการโอบวงนอก  เพื่อแสดงให้เห็นการที่ผู้ชายต้องปกป้องผู้หญิง  เป็นการบอกบทบาททางเพศสภาวะว่าผู้หญิงต้องพึ่งพิงผู้ชายอยู่ตลอดเวลา  ฉันจะไปจูบผู้ชายก่อนไม่ได้  ฉันจะไปกอดผู้ชายก่อนไม่ได้  ฉันจะไปปล้ำผู้ชายก่อนก็ไม่ได้   แม้จะเห็นผู้ชายประมาณ ณเดช คูกิมิยะเดินมา  แล้วแถมสภาพการณ์เป็นใจให้ปล้ำมากก็ทำไม่ด๊ายยยยยไม่ด้ายยยยเพราะจะกลายเป็นหญิงไม่ดี  เป็นนางอิจฉา  นางร้ายไป

 

นางอิจฉา  นางร้าย  เป็นผู้หญิงที่มีสิทธิที่จะจูบพระเอก  ยั่วพระเอก  ปล้ำพระเอกได้  แต่ท้ายที่สุดของละครน้ำเน่า  นางอิจฉานางร้ายก็จะต้องถูกลงโทษไม่ได้พระเอกไป  ซ้ำร้ายอาจจะเจอตัวละครชายอื่น ๆ ที่เป็นตัวร้ายข่มขืน  ถูกฆ่าตาย  หรือกลายเป็นบ้า  เป็นการถ่ายทอดความคิดเรื่องบทบาทของเพศสภาพผ่านบละครไป  และบอกแม้กระทั่งการแสดงออกทางร่างกายในละครโทรทัศน์ก็ได้รับการประกอบสร้างความคิดบางอย่างทางสังคมเอาไว้

 

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่คนที่ดูละครในเมืองไทยนั้นมักจะเป็นผู้หญิง  ดังนั้นการสร้างละครโทรทัศน์ในโลกทุนนิยมก็ต้องดูตลาดผู้บริโภคเป็นหลักตามไปด้วย  จะมาสร้างละครเป็นตำรวจสายสืบมือปราบยิงกันกระจายก็กลัวว่าเรตติ้งจะไม่ได้  ยกเว้นจะขนพระเอกหนุ่ม ๆ หล่อ ๆ มาถอดเสื้อโชว์กล้ามยิงกับผู้ร้าย ล่ำ ๆ ก็ว่าไปอย่าง 

 

แต่ผู้หญิงที่ดูละครน้ำเน่าส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวหรอกค่ะว่าในขณะที่ตัวเองกำลังดูละครน้ำเน่าอยู่นั้นกำลังถูกสร้างขึ้นผ่านวาทกรรมหลัก  ซี่งเป็นกระบวนการขัดเกลาทางสังคมว่า  ผู้หญิงที่ดีควรจะปฏิบัติตัวเช่นไร  เราจะพบสารตามวาทกรรมหลักของสังคมไทยผ่านตามละครน้ำเน่ามา  อย่างค่านิยมการให้คุณค่าเรื่องพรหมจรรย์  การทำตัวเป็นแม่ศรีเรือนเป็นช้างเท้าหลัง  การมีสามีนั้นจะเป็นฉัตรแก้วกั้นเกศ  งามหน้างามเนตรเป็นหนักหนา  เลยทำให้ละครสื่อออกมาตัวนางเอกที่ต้องรอคอย  รอ ๆ ๆ ๆ ๆ อดทนเฝ้ารอเป็นนางเอกแสนดี  รักษาพรหมจรรย์เก็บไว้ให้แก่ชายผู้เป็นคนรัก ต้องยอมฉันยอมเจ็บปวด  ยอมอดทนเพื่อลูกเพื่อผัวเพื่อท้ายที่สุดฉันจะได้มีความสุขแฮปปี้เอนดิ้ง

 

แต่ในขณะเดียวกันอาจจะเกิดการตีความของผู้ชมที่เป็นผู้หญิงที่ก่อให้เกิดวาทกรรมต่อต้าน  มาย้อนแย้งจากวาทกรรมหลักซึ่งเป็นกระบวนการขัดเกลา  ละครน้ำเน่าอาจจะเป็นการตีแผ่ให้ผู้หญิงได้ตระหนักรู้ถึงความไม่เท่าเทียมกันในสังคมปิตาธิปไตย  เห็นถึงการกดขี่และอคติทางเพศ  บางทีอาจจะเกิดการนิยมชมชอบนางร้าย  นางอิจฉา  เพราะจะเป็นตัวที่ลุกขึ้นมาท้าทางอำนาจตัวละครชาย  กับสิ่งที่ผู้ชายเป็นผู้มีอำนาจกำหนด  เพราะในขนบของละครน้ำเน่ามักจะสร้างให้นางร้ายหรือตัวอิจฉาเป็นผู้หญิงที่รู้จักการต่อรอง  เพื่อสร้างลักษณะตัวละครให้แย้งกับตัวนางเอกผู้ได้แต่เฝ้ารอทุกสิ่งอย่างสงบเสงี่ยม

 

เหล่านี้คือ ภาพในละคร ที่สะท้อนออกมาจากบางช่วงบางตอนของชีวิต ขยายภาพให้ใหญ่โตขึ้น เพื่อให้ผู้ชมเห็นกิริยาอาการ ความรู้สึกต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ดังนั้น ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่า ละครคือชีวิตจริง และชีวิตจริงก็คือละคะ นั่นเอง

 

Produced by VoiceTV

8 พฤษภาคม 2554 เวลา 22:04 น.

View 13444

Keyword: คำผกา , คิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา , แขก , ดอกส้มสีทอง , เรยา , ละครน้ำเน่า , สื่อบันเทิง

Embed code :

ARCHIVE

การส่งท้ายกับคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา

ติดตามชมรายการ คิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา ประจำวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2556 นำเสนอในตอน การส่งท้ายกับคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา

สถาปนิกแห่งความเป็นไทย

สถาปนิกมือหนึ่ง ในการสร้างความเป็นไทย รังสรรค์ผลงาน เพลง บทละคร และนวนิยายแนวชาตินิยม เพลงปลุกใจ ติดตามได้ในรายการคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา ในวันอาทิตย์นี้

เมื่อเซ็กส์...กลายเป็นภาระของชีวิต

ผลของการสำรวจของคนญี่ปุ่นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พบว่า มีผู้หญิงอายุช่วงอายุ 16-24 ปี ไม่สนใจที่จะมีเซ็กส์เลยมากถึง 45% มีอะไรเกิดขึ้นกับคนญี่ปุ่น ? ชมคิดเล่นเห็นต่างอาทิตย์นี้

ความเป็นไทย...ใน Lonely Planet

เมืองไทยเป็นดินแดนเอ็กโซติกอย่างไร ในหนังสือ Lonely Planet ติดตามรายละเอียดใน “คิดเล่นเห็นต่าง กับคำผกา” ในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2556 เวลา 20.00-20.30 น. ทาง VoiceTV

ลำยองเลี้ยงลูก

การเลี้ยงลูกของลำยอง ที่ไม่ตรงกับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการนั้นผิดหรือถูก มาร่วมคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกาในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคมนี้ เวลา 20.00-20.30 น.ทางVoiceTV