ไม่พบผลการค้นหา
ท่ามกลางบรรยากาศที่สังคมไทยถูกทำให้ 'เงียบ' นับตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 เมื่อการวิจารณ์อำนาจรัฐตรงๆ ไม่สามารถทำได้อย่างเสรี ในอีกด้านหนึ่งเราจึงได้เห็นศิลปินจำนวนมากขึ้นที่ใช้ศิลปะเป็นช่องทางแสดงออก ตั้งคำถามต่อการเมือง สังคมและวัฒนธรรมอย่างแหลมคม หนึ่งในนั้น คือเพจ 'ไข่แมว' หรือ 'ไข่แมวX' ที่ศิลปินใช้ภาพการ์ตูนหน้าตาน่ารัก หากแฝงด้วยอารมณ์ขันเจ็บๆ คันๆ สะท้อนความคับข้องใจและชวนตั้งคำถามต่อสังคมได้อย่างทรงพลัง

แม้เพจดั้งเดิมอย่าง “ไข่แมว” จะปลิวไปอย่างเป็นปริศนาในวันที่มียอดถูกใจกว่า 4 แสนราย จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากโลกออนไลน์รวมถึงตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของแอดมินผู้วาดการ์ตูน แต่เมื่อเพจดังกล่าวกลับมาอีกครั้งในชื่อ “ไข่แมวX” ที่ตอนนี้สามารถเรียกยอดถูกใจได้เกือบ 6 แสนราย ก็ถือเป็นเครื่องการันตีได้เป็นอย่างดีว่าผลงานการ์ตูนล้อการเมืองของนักวาดผู้อยู่เบื้องหลังเพจไข่แมว ยังคงอยู่ในความสนใจของผู้คนบนโซเชียลมีเดียไม่เสื่อมคลาย

แม้จนถึงวันนี้แอดมินเจ้าของเพจและผู้สร้างผลงานวาดการ์ตูนไข่แมวยังคงเลือกไม่เปิดเผยตัวตน แต่เขาก็เผยกับทีมข่าว 'วอยซ์ออนไลน์' ผ่านช่องทางโปรแกรมแชทว่า รู้สึกดีไม่น้อยที่เพจไข่แมวได้เป็นส่วนหนึ่ง ที่สามารถทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการเมืองมากขึ้น


เพจเสียดสีการเมืองในยุคเผด็จการ

เพจไข่แมวปรากฏครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2559 เกือบ 2 ปี หลังเกิดการรัฐประหารครั้งล่าสุดในไทยซึ่งนำมาสู่บรรยากาศของความอึมครึมที่การวิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐทำได้จำกัด เป็นบรรยากาศแห่งความเงียบที่ปกคลุมสังคมไทย มีคนที่เห็นต่างและวิพากษ์วิจารณ์ผู้ยึดอำนาจถูกเรียก “ปรับทัศนคติ” เป็นจำนวนมาก

ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงนักกิจกรรม นักวิชาการ สื่อมวลชน ซึ่งแอดมินเพจ “ไข่แมวX” เผยว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาซึ่งเป็นคนที่เรียนมาในสายศิลปะและใช้วิชาที่เรียนทำมาหากินหันมาสนใจการเมืองอย่างจริงจัง โดยเริ่มใช้พรสวรรค์และทักษะการวาดการ์ตูนที่มีมาสร้างสรรค์ผลงานการ์ตูนเสียดสีสังคม ล้อการเมือง

“ถ้าเอาแบบจริงจัง ก็หลังรัฐประหารปี 2557 ครับ เพราะช่วงนั้นมีคนโดนปรับทัศนคติกันเยอะ”

ส่วนเหตุผลที่ตั้งชื่อเพจว่า “ไข่แมว” เขาเผยว่าเป็นเพราะอยากได้ชื่อสั้นๆ แค่ 2 พยางค์ที่มีคำว่าแมวด้วย จึงกลายเป็นชื่อไข่แมว และเมื่อเพจดั้งเดิมปลิวไปเมื่อเดือนม.ค. 2561 ก็เลือกที่จะตั้งชื่อเพจใหม่ที่ปรากฏขึ้นในอีกราวๆ 1 เดือนถัดมาว่า “ไข่แมวX” เพราะไม่อยากตั้งชื่อว่า “ไข่แมว V2” โดยมองว่าคนใช้กันเยอะแล้ว จึงเลือกใช้ตัว “X” สั้นๆ แทน

ต่อไปอาจเป็น XL,XXL” เขาเผย

การ์ตูนล้อเลียนการเมืองปรากฏอยู่ในสังคมไทยมาราวๆ 1 ศตวรรษ นับตั้งแต่สื่อสิ่งพิมพ์เริ่มเฟื่องฟู เป็นแขนงหนึ่งของการใช้ศิลปะสะท้อนสังคมที่แจ้งเกิดนักวาดการ์ตูนหลายคนในประวัติศาสตร์ จนเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลพื้นที่สร้างสรรค์การ์ตูนล้อการเมืองจึงไม่จำกัดอยู่แค่บนหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์เท่านั้น

แต่ยังเคลื่อนมาสู่โลกออนไลน์ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฟังก์ชั่นการแชร์ คอมเมนต์ ไปจนถึงการแคปภาพหน้าจอ คือส่วนสำคัญที่ทำให้ผลงานการ์ตูนล้อการเมืองของเพจไข่แมวสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมได้กว้างขวางขึ้น โดยแอดมินและการ์ตูนนิสต์นิรนามคนนี้ยอมรับว่า แพลตฟอร์มออนไลน์ในยุคนี้ทำให้งานของเขาสามารถเข้าถึงทุกคนได้ง่าย

ส่วนเป้าหมายของการวาดการ์ตูนของเขา ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเห็นคนตั้งคำถามกับความเป็นไปในสังคมบนพื้นฐานของเหตุผล มากกว่าการด่วนเชื่อ ด่วนสรุป หรือการเชื่อตามๆ กัน

อยากให้คิดวิเคราะห์ มีเหตุผล ถ้าเลือกจะเชื่อในสิ่งไหนก็ควรหาหลักฐานประกอบ อย่าเชื่อเพราะว่าเชื่อตามกันมาเป็นวัฒนธรรม


ความสนุกอยู่ที่การตีความ

จนถึงตอนนี้ถ้าใครติดตามเพจ “ไข่แมวX” มาต่อเนื่องก็คงจะคุ้นหน้าคุ้นตาดีกับคาแรกเตอร์หลักๆ ที่มักปรากฏอยู่บนเพจ และถึงแม้ไม่มีคำอธิบายว่าคาแรกเตอร์เหล่านี้ต้องการสื่อถึงใคร แต่ก็คงไม่ยากนักต่อการตีความ

ไม่ว่าจะเป็น “ท่านผู้นำ” ทหารหน้าตาขึงขังที่ถูกทำให้กลายเป็นตัวตลก “แจ๊คแม้ว” การ์ตูนหน้าเหลี่ยมพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มที่แทรกอยู่ในหลายเหตุการณ์ หรือน้องตาใส ที่ถูกตีความว่าเป็นภาพแทนของประชาชนคนไทย และเป็นคาแรกเตอร์หลักที่การ์ตูนนิสต์นิรนามเผยว่า เขาชื่นชอบที่สุด 

ส่วนลุงตอนแรกแค่วาดเป็นทหาร ไม่ได้ไปอ้างอิงใคร แต่ดันกลายเป็นคาแรกเตอร์หลักไปแบบงงๆ

สำหรับขั้นตอนในการสร้างผลงานแต่ละครั้งเขาบอกว่าใช้เวลาไม่นานมาก โดยเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วแต่รายละเอียดของภาพ ส่วนใหญ่มักวาดโดยเล่นกับประเด็นข่าวหรือเหตุการณ์ปัจจุบันที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เป็นหลัก และมักวาดบนมือถือเพื่อความรวดเร็ว ดังนั้น หากจะเรียกว่าได้ว่าการ์ตูนของไข่แมวสามารถทำหน้าที่เป็นจดหมายเหตุในรูปแบบการ์ตูน บันทึกเหตุการณ์และอารมณ์ของสังคมที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาหนึ่งๆ ก็คงไม่ผิดนัก

ไข่แมวX
  • ภาพพาน ส.ว. เป็นภาพที่มีคนกดถูกใจเยอะที่สุดในปี 2562 มาจากข่าวที่นักเรียนโรงเรียนชุมพลโพนพิสัยทำพานไว้ครูออกมาในลักษณะล้อการเมือง เป็นรูปตราชั่งที่ข้างหนึ่ง คือ ส.ว. 250 เสียง มีน้ำหนักมากกว่า ประชาชนหลายล้านเสียง
ไข่แมวX
  • ภาพที่นักวาดผู้อยู่เบื้องหลังเพจ 'ไข่แมวX' บอกว่าชอบที่สุด โดยมองว่าความสัมพันธ์ของคนในภาพเหมือนโกคู-เบจิตา จะเป็นมิตรก็ไม่เชิง ศัตรูก็ไม่ใช่ มีปะทะกันบางช่วง แต่โดยหลักการแล้วมุ่งไปในทางเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ผลงานของไข่แมวคือการ์ตูน 4 ช่องที่ไม่มีข้อความ สเตตัส หรือคำอธิบายเป็นตัวอักษร ที่เจ้าตัวเรียกว่าเป็น “การ์ตูนใบ้” การจะเข้าถึงสารที่ผู้วาดต้องการสื่อจึงต้องอาศัยการตีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เอาเอง แน่นอนว่าความเข้าใจหรือการตีความของแต่ละคนที่ได้เห็นภาพเหล่านั้นย่อมแตกต่างกันไปตามมุมมอง ความเชื่อ หรือแม้แต่ธงในใจที่พวกเขาได้ตั้งเอาไว้ ซึ่งเจ้าของผลงานบอกว่า นี่เป็นเรื่องดีที่ผลงานของเขาจะสามารถสร้างการถกเถียงได้

อันนี้ดีแล้วครับ เสริมสร้างจินตนาการดี ตีความกันไป ถกเถียงกันได้ ไม่จำกัดเกินไป” เขาเผย เช่นเดียวกันก็บอกว่าพร้อมเปิดกว้างรับฟังความเห็นของคนที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่ชอบการ์ตูนไข่แมว

วิจารณ์ได้หมด ด่าได้หมด ไม่เคยลบหรือแบน”


เสรีภาพคือปัจจัยที่ 5 ของศิลปิน?

หากการทำงานศิลปะคือการถ่ายทอดความคิดผ่านวิธีการสื่อสารที่ใช้ความสร้างสรรค์และนอกกรอบ นั่นย่อมหมายความว่ายิ่งสังคมเปิดกว้าง มีเสรีภาพในการวิจารณ์และแสดงออกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินมากเท่านั้น แต่สำหรับสังคมไทยที่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นยังค่อนข้างจำกัด มีประเด็นอ่อนไหวมากมายที่แตะต้องหรือวิจารณ์อย่างเปิดเผยไม่ได้ ก็ถือว่ามีผลไม่น้อยต่อการสร้างผลงานศิลปะ แม้จะเป็นศิลปะที่มีเป้าหมายวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างการ์ตูนไข่แมวก็ตาม

บางทีคิดเล่นๆ ว่าถ้าเกิดเล่นใหญ่ แล้วมีคนแชร์งานเรา แล้วเขาโดนดำเนินคดีทางกฎหมายอะไรสักอย่าง เราจะรับผิดชอบอย่างไร เราคงรู้สึกแย่มากๆ

โดยเขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ในฐานะคนทำงานศิลปะ เขามองความสำคัญของเสรีภาพต่อการนำเสนอผลงานเป็น 2 แบบ นั่นคือการทำงานเพราะใจรักกับการทำงานเพื่อเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัว 

อันนี้ต้องแยกกัน ถ้าวาดแล้วมีความสุข ไม่ได้เป็นงานหาตัง มันก็ควรมีเสรีภาพในการนำเสนอ แต่ถ้าเป็นงานจ้างก็แก้งานกันไป รับตัง แ-กข้าว จบ

สำหรับเจ้าของผลงานการ์ตูนไข่แมวแล้ว เขามองว่านับตั้งแต่เริ่มทำเพจไข่แมวจนถึงวันนี้ สังคมไทยไม่ได้มีเสรีภาพมากขึ้นไปกว่าเดิม ตราบใดที่ยังคงมีกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อจำกัดด้านเสรีภาพ สิ่งที่เขามองว่าเป็นนิมิตหมายอันดีของวงการศิลปะและสังคม ก็คือการได้เห็นศิลปินรุ่นใหม่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างเปิดเผยมากขึ้น ไม่ว่าจะผ่านทางผลงานดนตรี กราฟฟิตี้ หรืออื่นๆ ซึ่งเขามองว่านี่จะช่วยทำให้เกิดคอนเทนต์ศิลปะแนววิจารณ์การเมือง สังคม และวัฒนธรรมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน เมื่อถามว่านับตั้งแต่เพจไข่แมวปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ มองว่าผลงานการ์ตูนของเพจสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับสังคมได้บ้าง การ์ตูนนิสต์นิรนามก็มองว่าจนถึงตอนนี้สิ่งที่เขาพอใจคือ งานของเขาสามารถทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการเมืองมากขึ้น ซึ่งนี่ก็คงเป็นสัญญาณแห่งความหวังสำหรับอนาคตในการสร้างสังคมแห่งการตั้งคำถามและการมีส่วนร่วมไม่มากก็น้อย

ความเปลี่ยนแปลงจากที่เห็นก็เป็นเรื่องคนรุ่นใหม่ หรือเด็กๆ เริ่มหันมาสนใจการเมืองมากขึ้น จนการเมืองมันแมส เพราะการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว จึงเป็นเรื่องที่ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ณัฐพร เถาตะกู
1Article
1Video
0Blog