ไม่พบผลการค้นหา
เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกน้ำย่อยการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เหน็บองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรี ไม่เกิดประโยชน์ เชื่อมือซักฟอกฝ่ายค้านมีข้อมูลเด็ด ไม่เปิดโอกาสให้องครักษ์ลุกประท้วง

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย( พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการรับมือองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ส่วนตัวคิดว่าการเตรียมตัวจัดชุดองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรี น่าจะไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะจากการที่ตนมีโอกาสรับทราบเนื้อหา และแนวทางของผู้อภิปรายจากทุกพรรค เชื่อว่าผู้อภิปรายทุกคนจะอภิปรายในเนื้อหาของญัตติไม่ไว้วางใจที่เป็นข้อเท็จจริงเท่านั้น จึงไม่เปิดโอกาสให้องครักษ์ทั้งหลายลุกขึ้นประท้วง จึงน่าจะเป็นหมันและองครักษ์ทั้งหลายที่ลุกขึ้นประท้วง โดยไม่ยึดข้อบังคับและต้องการเพียงเพื่อที่จะปั่นป่วนการอภิปรายเอาใจนายกรัฐมนตรี ก็ขอให้สำนึกไว้ด้วยว่าการกระทำเช่นนั้นไม่ใช่การทำงาน เพื่อประชาชนตามที่ได้เลือกเข้าสภาฯ แต่เป็นการรับใช้นายเท่านั้น และสุดท้ายจะกลายเป็นตัวตลกในสายตาประชาชน

เมื่อถามว่า รัฐบาลตั้งท่าจะประท้วงหากฝ่ายค้านนำเรื่องเก่ามาอภิปราย น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ตนชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่าการอภิปรายไม่ได้ห้ามเนื้อหาที่เชื่อมโยงพฤติกรรมในอดีต ทั้งนี้สอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หากองครักษ์ทั้งหลายจะได้กรุณาศึกษาข้อกฎหมายและข้อบังคับ จะพบว่าถ้าการอภิปรายอยู่ในเนื้อหาของญัตติ และเป็นการเชื่อมโยงเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าทำไมนายกฯ และพวกจึงต้องถูกอภิปรายก็สามารถอภิปรายได้อย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า ในการอภิปรายครั้งนี้มีกระแสข่าวพรรครัฐบาลเตรียมใช้ “งูเห่า”ช่วยนายกรัฐมนตรี น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องกระแสงูเห่ามาตั้งแต่เริ่มต้นเปิดสภาผู้แทนราษฎร บ้างก็บอกว่ามี 30 ตัว บ้างก็ว่ามี 20 ตัว แต่ที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นแค่การปล่อยข่าวหรือเป็นเพียงล่ำลือเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริงก็จะปรากฏงูเห่าเพียงไม่กี่คนที่ประชาชนรับรู้ในพฤติกรรมของแต่ละท่านอยู่แล้ว ตนเองก็ไม่ขอไปก้าวล่วงใครอยู่พรรคไหนและทำผิดอะไรก็ต้องได้รับโทษตามข้อบังคับของแต่ละพรรคแต่ที่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือพี่น้องประชาชนจะตัดสินส.ส.เหล่านี้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อถามถึง กรณีส.ส.เสียบบัตรแทนกันต้องแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ตนเคยให้ความเห็นเรื่องนี้มาแล้วว่าผู้ทำหน้าที่ส.ส. และผู้บริหารพรรคการเมืองถือว่าเป็นนักการเมืองที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าคนทั่วไปสำหรับพฤติกรรมเสียบบัตรแทนกันนั้นคงไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่าเป็นการทำที่ผิดหรือไม่ ดังนั้นทั้งผู้บริหารพรรค และส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกันควรจะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองได้แล้ว และปกติการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองขั้นสูงสุดที่นักการเมืองทั่วโลกปฏิบัติคือการลาออก หรือจะแสดงออกด้วยมาตรการอื่นๆก็สุดแล้วแต่ 

ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดเรื่องจนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563ใหม่ ตนเองยังไม่เคยได้ยินคำขอโทษจากผู้บริหารพรรคหรือส.ส.ที่กระทำผิดเลยซักคน และที่กล่าวมาถือเป็นเรื่องความรับผิดชอบทางการเมืองที่ทุกคนต้องมี แต่ความรับผิดชอบทางกฎหมายก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องเร่งพิจารณากันต่อไปเพราะในอดีตมีบรรทัดฐานในเรื่องนี้อยู่แล้ว

อ่านเพิ่มเติม