ไม่พบผลการค้นหา
หากย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ปรากฏการณ์ 'พลังดูด ส.ส.' ได้เกิดขึ้น ในการย้ายพรรคและการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง โดยเฉพาะกับพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นพรรคตั้งใหม่เพื่อปูทางให้ 'พล.อ.ประยุทธ์' กลับมาเป็นนายกฯ ผ่านการเลือกตั้งอีกครั้ง

ด้วยเวลาที่มีจำกัดจึงกำเนิดกลุ่มก้อนต่างๆขึ้นมาในการรวมพล โดยเฉพาะกลุ่มสามมิตร นำโดย ‘สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ – สมศักดิ์ เทพสุทิน’ หลังโลว์โปร์ไฟล์มานาน ก็กลับมาสู่สนามการเมืองอีกครั้ง

รวมทั้ง ‘ผู้กองมนัส’ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากขั้วพรรคเพื่อไทยมาสู่พรรคพลังประชารัฐ ที่สำคัญถูกตั้งให้เป็นประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พปชร.ด้วย

อีกทั้งได้ชื่อว่าเป็น ‘มือประสานสิบทิศ’ ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโฆม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ถูกจับตาเป็น ‘ผู้มีบารมีนอกพรรค’ มาตลอด จนสุดท้ายได้เปิดหน้านั่ง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ จนได้ชื่อว่าเป็น ‘หัวหน้าพรรคตัวจริง’ ที่ ‘อุตตม สาวนายน’ ถึงกับกล่าวว่า “อุ่นใจ” ในการเข้าพรรคครั้งแรกของ พล.อ.ประวิตร

แน่นอนทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ถูกเพ่งเล็งไปในตัว ได้ชื่อว่าเป็น ‘ตำบลกระสุนตกคนใหม่’ โดยเคยเปรียบตัวเองว่าเป็น ‘เส้นเลือดใหญ่’ของรัฐบาลที่ล้มตนได้ก็ล้มรัฐบาลได้ จึงเกิดเรื่องราวต่างๆขึ้นมา

โดยเฉพาะเรื่องราวในอดีตที่ตามหลอกหลอนจน ร.อ.ธรรมนัส ประกาศชัดจะไม่ยอมอยู่กับฝันร้ายเก่าๆกลางสภามาแล้ว ทั้งกรณีคดีความที่ออสเตรเลีย วุฒิการศึกษา ปริญญาเอก การใช้ยศร้อยเอก ที่ฝ่ายค้านนำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไม่ปล่อยไปง่ายๆ แถมนั่งเป็น ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร หลังมีการตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส ขึ้นมาแล้ว

โดยการเปิดหน้าสู้ครั้งนี้ เกิดจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกมาประกาศว่าตัวเองคือผู้ประสานกับสื่อออสเตรเลียในการนำข้อมูลคดีของ ร.อ.ธรรมนัส มาเผยแพร่ เพราะก่อนหน้านั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่ามีการทำเป็นโครงข่าย แม้จะไม่ระบุว่าใครก็ตาม แต่ขอให้เปิดหน้าออกมาชก อย่าเป็นอีแอบ

พร้อมกันนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ผ่านวาทะ ‘คนเลี้ยงลิง ต้องแจกกล้วย ให้อิ่มท้อง’ จนทำให้ ‘พิเชษฐ สถิรชวาล’ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย ประกาศออกจากฝ่ายรัฐบาล ไปร่วมเป็น ‘ฝ่ายค้านอิสระ’ กับ ‘เต้-มงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่นำร่องไปก่อนหน้านี้ ทำให้ฝ่ายรัฐบาล ‘เสียพันธมิตร’ ไปแล้ว 2 คน 

ธรรมนัส

ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ได้ออกมากล่าวขอโทษและย้ำว่าไม่มีเจตนาจะไปเปรียบเทียบกับลิงหรือสัตว์ใดๆก็ตาม

โดย ‘พิเชษฐ สถิรชวาล’ ระบุว่า “รับไม่ได้ที่เห็นพรรคประชาธรรมไทยเป็นตัวตลกทางการเมือง” ย้อนกลับไป ‘เต้-มงคลกิตติ์’ ประกาศมาเป็นฝ่ายค้านอิสระ โดยเหตุผลสำคัญคือผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐไม่รักษาสัจจะที่เคยตกลงร่วมกันไว้ โดยเฉพาะการให้เก้าอี้ฝ่ายบริหาร 1-2 เก้าอี้กับพรรคเล็ก 

ซึ่งต่อมาได้มีการแจกเก้าอี้ให้กับพรรคเล็กเป็น ขรก.การเมืองตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีด้วย จึงทำให้ความเคลื่อนไหวจากพรรคเล็กนิ่งลงไปบ้าง แต่ยังไม่ใช่สิ่งรับประกันว่า ‘สภาเสียงปริ่มน้ำ’ จะมีเสถียรภาพไปตลอด

ล่าสุดเกิดกระแสข่าว ‘มหกรรมงูเห่าภาค 2’ ขึ้นมาอีกครั้ง โดยเกิดกับส.ส.เพื่อไทย ที่มีกระแสข่าวว่าไปร่วมทานอาหารกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ โดยชื่อที่ถูกอ้างถึงรือ ‘2ส.-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ – สมศักดิ์ เทพสุทิน’ โดยรายงานข่าวระบุว่าส่วนใหญ่เป็น ส.ส.อีสานเพื่อไทย 

เรื่องนี้ไปถึง ‘หญิงหน่อย’คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ

ไม่เสียยี่ห้อ ‘หญิงหน่อย’ ซัดกลับพรรคพลังประชารัฐ มีความพยายามดึง ส.ส.มานานแล้ว โดยครั้งนี้กำลัง ‘เพาะฟาร์มงูเห่า’ ถือเป็นความพยายามของ ‘รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ’ แต่คนของพรรคเพื่อไทยมีอุดมการณ์ จึงมาเล่าให้ฟัง และได้รวบรวมคลิปเสียงและหลักฐานไว้ โดยจะใช้หลักฐานเหล่านี้ดำเนินการต่อไป

แต่พรรคพลังประชารัฐทั้ง พล.อ.ประวิตร และ ‘สมศักดิ์’ ก็ท้า ‘หญิงหน่อย’ ให้เอาคลิปเสียงมาเปิดได้เลย โดย ‘บิ๊กป้อม’ ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มี ส่วน ‘สมศักดิ์’ ระบุว่า "ก็เอามาเปิดสิครับ ไม่เป็นไร ไม่มีผม และผมก็ไม่ได้เกี่ยว” พร้อมย้ำว่า เป็นความเข้าใจผิด 100 เปอร์เซ็นต์

สุดารัตน์

ส่วน ‘สุริยะ’ อีกชื่อที่ถูกพาดพิงก็ปฏิเสธตอบในเรื่องนี้ โดยได้ยิ้มโบกมือให้สื่อและกล่าวว่า “ขอ ขอ ขอ” ต้องดูว่า ‘สุริยะ’ จะออกมาชี้แจงหรือไม่ หรือให้เรื่องนี้นิ่งเงียบไปเอง แต่เรื่องนี้ก็สามารถถูกปลุกได้ตลอดเช่นกัน.

สำหรับงานนี้ไม่มีชื่อ ร.อ.ธรรมนัส แต่ด้วยความเป็น ‘มือประสานสิบทิศ’ หรือ ‘มือดีล’ ของ พล.อ.ประวิตร ก็ทำให้ต้องถูกจับตาไปด้วย โดย ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้ไปดีล ส่วนจะเป็นเรื่องนี้หรือไม่ หาก ส.ส.เพื่อไทยจะมาเป็น ‘พันธมิตร’ กับฝ่ายรัฐบาล โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้โยนไปที่ พล.อ.ประวิตร แทน เพราะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ก็พร้อมอ้าแขนรับ ‘ส.ส.งูเห่า’ ว่าถ้ามาก็เอา แต่ในมุมของ ‘สมศักดิ์’ มองว่า จะมาดูดหลังเป็นผู้แทนแล้ว การย้ายพรรคหรือข้ามพรรคไม่ใช่เรื่องง่าย หากจะทำได้ก็ในกรณียุบพรรค เช่นพรรคเล็กพรรคหนึ่งที่มาร่วม ในส่วนของพรรคใหญ่ จะไปดูดข้ามพรรคเป็นไปไม่ได้

ทั้งนี้ในทางการเมืองไม่มีใครออกมายอมรับตรงๆว่าเป็น ‘งูเห่า’ หรือยอมรับว่าเป็นคนไปพูดคุยเพื่อดึงมาร่วมเป็นพันธมิตร แต่สิ่งเหล่านี้จะแสดงออกมานับจากนี้ เช่น การลงมติต่างๆในสภา ที่สะท้อน ‘ผลลัพธ์’ ได้เป็นอย่างดี

ประวิตร-ประธานยุทธ์ศาสตร์พปชร.

ทั้งหมดนี้สะท้อนการวาง ‘ยุทธการ’ ของพรรคลายพราง ภายใต้อุ้งมือ พล.อ.ประวิตร ที่เป็นเสาค้ำรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะต้อง ‘ปลูกสวนกล้วย’ เพื่อให้กล้วยลิงกินอิ่มไปยาวๆ

รวมทั้งการ ‘เพาะฟาร์มงูเห่า’ เพื่อหาพันธมิตรทางการเมืองในสภา แก้เกม ‘สภาเสียงปริ่มน้ำ’ ที่เกิดขึ้น 

ทั้งนี้เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลอยู่ครบวาระ 4 ปี ตามที่ พล.อ.ประวิตร ประกาศไว้ ควบคู่การจัดทัพสู้เลือกตั้งในอนาคตที่พรรคพลังประชารัฐตั้งเป้าได้ ส.ส. 250 ที่นั่ง และรักษาฐานที่มั่นเดิมไว้ให้ได้

พรรคฝ่ายค้านก็อยู่ระหว่างลงพื้นที่ต่างจังหวัดในนาม ‘ฝ่ายค้านสัญจร’ วาระ ‘ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน’ เพื่อเดินเกมแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นมรดกยุค คสช. ให้ได้ ด้วยการอาศัย ‘มติประชาชน’ ในการกดดันฝ่ายรัฐบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง