สิทธิการเลือกตั้งอย่างเท่าเทียมกันในสหรัฐฯ

สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งแบบ 1 คน 1 เสียง ถือเป็นหลักการขั้นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ที่เชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันตามหลักสิทธิมนุษยชน สหรัฐอเมริกา ดินแดนต้นแบบประชาธิปไตย เป็นหนึ่งในประเทศที่ยึดมั่นหลักการนี้มายาวนาน หลังจากชาวอเมริกันต้องต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิดังกล่าวมาอย่างยากลำบาก 
 
ความพยายามกีดกันการมอบสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งอย่างเท่าเทียมกัน ถือเป็นพฤติกรรมตกยุคสำหรับประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ดินแดนต้นแบบของระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน ซึ่งเคยเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว และหนึ่งในช่วงที่รุนแรงที่สุด คือยุคสงครามกลางเมือง เมื่อประมาณ 150 ปีก่อน
 
สงครามกลางเมืองในสหรัฐฯ กินเวลายาวนานประมาณ 4 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่าครึ่งล้านคน และเป็นที่มาของการล้มเลิกระบบค้าทาสในเวลาต่อมา
 
นอกจากนี้ ภายหลังสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลง รัฐบาลสหรัฐฯยังได้เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 15 ประกาศห้ามไม่ให้มีมลรัฐใด ปฏิเสธสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งของประชาชน เนื่องจากความแตกต่างทางสีผิว และเชื้อชาติ
 
อย่างไรก็ตาม สิทธิความเท่าเทียมกันเหล่านี้ ยังคงถูกขัดขวาง และคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรงที่เชื่อในความมีสิทธิมีเสียงเหนือกว่าของคนผิวขาวเรื่อยมา จนกระทั่งในยุคของนายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ที่ลุกขึ้นมาเป็นแกนนำขบวนการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิพลเมือง และทำให้คนผิวดำในสหรัฐฯ มีสิทธิเท่าเทียมกับคนเชื้อสายอื่นๆ มากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน
 
นอกจากความแตกต่างทางสีผิว และเชื้อชาติ จะเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดการกีดกันสิทธิทางการเมืองในอดีตแล้ว ความแตกต่างทางเพศก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้กลุ่มหัวอนุรักษ์นิยมตกขอบของสหรัฐฯ เคยหยิบยกมาใช้เพื่อสงวนสิทธิการเลือกตั้งไว้เฉพาะกับกลุ่มที่พวกเขาเชื่อว่าควรมีสิทธิมีเสียงเหนือกว่าผู้อื่น
 
ในยุคหลังสงครามกลางเมือง ผู้หญิงชาวอเมริกันตกเป็นเหยื่อของการลิดรอนสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งเช่นกัน เนื่องจากผู้มีอำนาจบางส่วนมองว่า ผู้หญิงเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนการเลิกทาส ดังนั้น ผู้มีอำนาจโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งปกป้องสิทธิการค้าทาสจึงไม่พอใจ และต้องการกีดกันผู้หญิงให้ออกห่างจากการตัดสินใจทางการเมือง
 
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งของสตรีชาวอเมริกัน ถือเป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวที่โดดเด่นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มของนางซูซาน บี.แอนโทนี และอลิซาเบธ เคดี สแตนตัน ซึ่งเดินขบวนกดดันรัฐบาล จนในที่สุดสหรัฐฯต้องยอมเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 19 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิง ได้มีสิทธิมีเสียงเลือกตั้งเท่ากับผู้ชายตั้งแต่ปี 2463 เป็นต้นมา
 
แม้ในอดีตที่ผ่านมา สหรัฐฯจะเคยออกกฎหมายกีดกันสิทธิการออกเสียงเลือกตั้งจากหลากหลายปัจจัยตามที่กล่าวมา แต่ปัจจัยเหล่านี้ ถือเป็นข้ออ้างที่ตกยุค ล้าสมัย และไร้ความชอบธรรมในระบบการเมืองประชาธิปไตยในปัจจุบันแล้ว โดยเฉพาะหากทุกคนยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชนสากลที่ว่า "มนุษยทั้งหลายเกิดมามีอิสระเสรี เท่าเทียมกันทั้งศักดิ์ศรีและสิทธิ" ดังนั้น ความพยายามในการกีดกันสิทธิความเท่าเทียมกันเหล่านี้ จึงถือเป็นการละเมิดหลักการสากลด้านสิทธิมนุษยชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

13 ธันวาคม 2556 เวลา 18:25 น.

View 1571

Keyword: สหรัฐอเมริกา , รัฐธรรมนูญ , ชาวอเมริกัน , ระบอบประชาธิปไตย , สิทธิ , สงครามกลางเมือง , ความเท่าเทียมกัน , ทาส , สิทธิเลือกตั้ง , สิทธิทางการเมือง , นายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง , หลักสิทธิมนุษยชน , 1 คน 1 เสียง , การออกเสียงเลือกตั้ง , หลักการขั้นพื้นฐาน , ต้นแบบประชาธิปไตย

Embed code :

ARCHIVE

รัฐมนตรีความมั่นคง 'อาเซียน' เยี่ยมชมเรือรบสหรัฐฯ

Global Interest ประจำวันที่ 3 เมษายน 2557 : รัฐมนตรีความมั่นคง 'อาเซียน' เยี่ยมชมเรือรบสหรัฐฯ

เร่งเสนอนายกตั้งบอร์ดบีโอไอชุดใหม่

กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมเสนอรายชื่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา คาดจะสามารถประชุมนัดแรกได้ในช่วงหลังสงกรานต์ และน่าจะใช้เวลา 3-4 เดือน อนุมัติกว่า…

นายกฯมาเลเซียเยือนเพิร์ธติดตามภารกิจค้นหา MH370

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็เดินทางเยือนเมืองเพิร์ธ ของออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ เพื่อติดตามความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหา MH370

Captain America 2 เข้าฉายสัปดาห์นี้

ติดตามหนังเข้าใหม่ที่น่าสนใจประจำสัปดาห์นี้ มีถึง 4 เรื่องจาก 3 ประเทศ นำทีมโดยหนังแอ็คชั่นฮีโร่ กัปตัน อเมริกา: เดอะ วินเทอร์ โซลด์เยอร์

คลิปร้องเพลงบนเครื่องบินของนักแสดง Lion King กลายเป็นไวรัล

กลายเป็นไวรัลที่มียอดวิวสูงถึงเกือบ 6 ล้านวิวแล้วอย่างรวดเร็ว สำหรับคลิปคณะนักแสดงชาวออสเตรเลียจากละครเพลงเรื่อง The Lion King