สงครามกลางเมืองซีเรีย : จุดจบที่ยังมองไม่เห็น

by Sutthiporn Bunchuay 2 มกราคม 2557 เวลา 17:49 น.
การประท้วงต่อต้าน รัฐบาล เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่สำหรับในซีเรียแล้ว อาจเรียกได้ว่าแตกต่างจากประเทศอื่นๆ เพราะการประท้วงดังกล่าวได้ลุกลามเป็นสงครามกลางเมือง ที่ยังมองไม่เห็นทางออก แถมยังมีปัจจัยเสริม อย่างการใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าจะผ่านมากว่า 2 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสงครามนี้ จะยังไม่จบลงได้ง่ายๆ 
 
 
เหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในซีเรีย ถือเป็นผลกระทบลูกโซ่ของปรากฏการณ์อาหรับสปริง ที่ประชากรในหลายประเทศในแถบตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ออกมาเรียกร้องสิทธิของตนเอง และต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ ที่ปกครองประเทศมานานหลายปี จนเกิดเป็นการปฏิวัติประชาชน ซึ่งแม้ว่าการปฏิวัติดังกล่าวจะสิ้นสุดลงไปแล้วในหลายประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน อีกหลายประเทศ เหตุการณ์การประท้วงยังคงยืดเยื้อ โดยเฉพาะในซีเรีย ที่ล่วงเข้าสู่ปีที่ 3 แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง ในทางตรงกันข้าม ยังคงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ระหว่างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและกองทัพ
 
 
จุดเริ่มต้นของการประท้วงครั้งใหญ่ในซีเรีย คือเดือนมีนาคมปี 2554 เมื่อชาวซีเรียในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศ และตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ได้รวมกัน เนื่องในวัน "Day of Dignity" หรือวันแห่งเกียรติยศ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักโทษการเมือง ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยกองทัพได้ใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชนอย่างหนัก จนทำให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ด้านสหรัฐฯได้ออกมาประกาศบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรซีเรีย ฐานปราบปรามประชาชน
 
 
การชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลของนายบาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายเดือนต่อจากนั้น จนมีรายงานผู้เสียชีวิตนับร้อยราย   ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องเป็นครั้งแรก ให้นายอัล-อัสซาดก้าวลงจากตำแหน่งประธานาธิบดี 
 
 
ต่อมาในเดือนเมษายน สหประชาชาติหรือยูเอ็นได้เสนอตัวเป็นคนกลางในการจัดเจรจาหยุดยิงระหว่างสองฝ่าย แต่ไม่เป็นผล การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป   2 เดือนต่อจากนั้น ยูเอ็นจึงยอมถอดใจ ประกาศระงับการปฏิบัติภารกิจในซีเรีย โดยให้เหตุผลว่า การสู้รบที่ยืดเยื้อเป็นอุปสรรคสำคัญของการทำงานของเจ้าหน้าที่ยูเอ็น  เข้าสู่ช่วงปลายปี 2555 การต่อสู่ระหว่างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและกองทัพซีเรียยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลสามารถยึดกองทัพ และฐานที่มั่นที่สำคัญหลายแห่งของรัฐบาลเอาไว้ได้ และเริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้กับกรุงดามัสกัสทุกที 
 
 
เริ่มต้นปี 2556 ในดือนมกราคม มีการพบศพเหยื่อที่ถูกมัด และยิงเสียชีวิตกว่า 65 ศพ ในเมืองอเลปโป โดยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยืนยันว่าเป็นฝีมือของกองทัพ สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวซีเรียจำนวนมาก 
 
 
ต่อมาในเดือนเมษายน หลังจากที่ข่าวการสู้รบในซีเรียเริ่มหายไปจากสื่อกระแสหลัก ทั่วโลกก็ต้องหันกลับมาให้ความสนใจกับซีเรียอีกครั้ง เมื่ออังกฤษและฝรั่งเศส คือสองชาติแรก ที่นำข้อมูลเรื่องการใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนในซีเรียมาเปิดเผยต่อสาธารณชน  และรวบรวมหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ส่งให้กับยูเอ็น ต่อมาในเดือนมิถุนายน ทางการสหรัฐฯได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า มีการใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนจริง ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติ ที่ต้องการให้ชาติตะวันตกใช้กำลังเข้าแทรกแซงซีเรีย ตามที่นายโอบามา เคยประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้ ว่าหากว่าซีเรียล้ำเส้นตายที่สหรัฐฯกำหนด สหรัฐฯอาจใช้กำลังเข้าโจมตีซีเรีย เพื่อยุติภาวะสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานาน
 
 
แม้จะถูกกดดันอย่างหนัก แต่สหรัฐฯก็ยังไม่ตัดสินใจเข้าแทรกแซงซีเรีย ขณะที่ รายงานผู้เสียชีวิตจากอาวุธเคมีก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในเดือนสิงหาคม ยูเอ็นได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย โดยนานาชาติได้กดดันให้รัฐบาลซีเรียเปิดทางให้คณะผู้สังเกตการณ์กลุ่มนี้ ได้ทำหน้าที่อย่างอิสระ 
 
 
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น มีการสรุปอย่างเป็นทางการโดยยูเอ็นว่า ซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนจริง โดยเป็นแก๊สพิษซาริน ที่มีผลต่อระบบประสาท แต่ไม่ได้สรุปว่าผู้ที่ใช้อาวุธดังกล่าวเป็นฝ่ายใดกันแน่  จากนั้นยูเอ็นได้มอบหลายให้องค์การต่อต้านการใช้อาวุธเคมี หรือ OPCW ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศ ประจำการอยู่ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เข้าไปตรวจสอบเรื่องอาวุธเคมีในซีเรีย ท่ามกลางกระแสกดดันนานาชาติที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชาติพันธมิตรของซีเรียอย่างจีน และรัสเซีย ที่แนะนำให้ซีเรียเร่งจัดการปัญหาเรื่องอาวุธเคมี ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้
 
 
ท้ายที่สุด ซีเรียยอมทำข้อตกลงกับประชาคมระหว่างประเทศ ในการปลดอาวุธเคมี ซึ่งหน่วยงานที่จะเข้าไปดูแลในเรื่องนี้ ก็คือ OPCW โดยผลงานดังกล่าว ได้ส่งให้ OPCW มาแรงแซงทางโค้งคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปครอง สำหรับกระบวนการทำลายอาวุธเคมีต่อจากนี้ สหรัฐฯได้รับอาสาเป็นหัวเรือหลัก ในการสนับสนุนเรือรบ ที่มีเทคโนโลยีพิเศษสามารถทำลายอาวุธเคมีได้ เพราะไม่มีประเทศใดยอมให้ใช้พื้นที่ของตัวเองในการทำลายอาวุธเคมีดังกล่าว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำเรือรบออกไปลอยลำในน่านน้ำระหว่างประเทศ เพื่อปฏิบัติการทำลายอาวุธเคมีดังกล่าว คาดว่ากระบวนการนี้จะแล้วเสร็จภายในปี 2557
EMBED CODE :

RELATED CONTENT

หุ้นไทยปิดบวก 9.03 จุด ขึ้นตามตลาด ตปท.
หุ้นไทยปิดบวก 9.03 จุด ขึ้นตามตลาด ตปท.
Stock Watch ประจำวันที่ 21 เมษายน 2558 หุ้นไทยวนนี้ปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดหลักในเอเชีย…
ผบ.ตร.ฟันธงการเมืองเอี่ยวคาร์บอมบ์สมุย
ผบ.ตร.ฟันธงการเมืองเอี่ยวคาร์บอมบ์สมุย
รายการ Voice News ประจำวันที่ 14 เมษายน 2558 - ผบ.ตร.ฟันธงการเมืองเอี่ยวคาร์บอมบ์สมุย…
'อาคม' เลื่อนพบ ICAO เป็น มิ.ย. แก้ปมการบิน
'อาคม' เลื่อนพบ ICAO เป็น มิ.ย. แก้ปมการบิน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เลื่อนการเดินทางเพื่อชี้แจงแผนการแก้ปัญหามาตรฐานการบินต่อประธาน…
‘ฮีทสโตรก’ อยู่ในบ้านก็มีความเสี่ยง
‘ฮีทสโตรก’ อยู่ในบ้านก็มีความเสี่ยง
กระทรวงสาธารณสุข เตือนคนอ้วน ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ระวังป่วยเป็นโรคฮีทสโตรก…
นักการเมืองอนุรักษนิยมมีความสุขน้อยกว่าเสรีนิยม?
นักการเมืองอนุรักษนิยมมีความสุขน้อยกว่าเสรีนิยม?
ผลวิจัยชิ้นใหม่จากสหรัฐฯชี้ว่า นักการเมืองฝ่ายเสรีนิยมมีความสุขมากกว่านักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม…
ไซโคลน 'แพม' ทำลายเมืองหลวงวานูอาตูเกือบทั้งหมด
ไซโคลน 'แพม' ทำลายเมืองหลวงวานูอาตูเกือบทั้งหมด
พายุไซโคลนเขตร้อน "แพม" ที่พัดเข้าถล่มประเทศวานูอาตู ทำให้บ้านเรือนในกรุงพอร์ต…
กรมชลฯ ยันน้ำมีพอใช้ แต่ต้องประหยัด​
กรมชลฯ ยันน้ำมีพอใช้ แต่ต้องประหยัด​
รองอธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันน้ำอุปโภคบริโภค ยังมีใช้เพียงพอช่วงภัยแล้ง…
Alternative Family  เมื่อพ่อแม่ไม่ใช่ชาย-หญิง
Alternative Family เมื่อพ่อแม่ไม่ใช่ชาย-หญิง
พาไปทำความรู้จักกับ นิตยสาร modern mom focus อีบุ๊กที่จะช่วยให้สังคมเข้าใจชีวิตของชาว…

VOICE TV TWEETS

NEWS PROGRAMMES

VOICE NEWS 18:30

video
ยอดเสียชีวิตเนปาลพุ่งกว่า 3,700 ราย
ยอดผู้เสียชีวิตเหตุแผ่นดินไหวเนปาลสูงกว่า 3,700 รายแล้ว ขณะนี้โรงพยาบาลทุกแห่งเผชิญภาวะผู้ป่วยล้นมือ ด้านภาคเอกชนชี้ความเสียหายนี้เกิน 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

TONIGHT THAILAND

video
ส่งน้ำใจไทยสู่เนปาล
Google plus

VARIETY PROGRAMMES

BIG BOOM BOX

video
Big Boom Box Unbox : White Light
ช่วงเวลาของการเสพงานจากวงดนตรีที่หน้าใหม่ที่คุณต้องจับตา วันนี้ขอเสนอวง White Light

THAILAND

'หมออีฟ' แพทย์อเมริกันเชื้อไทย เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเนปาล ขณะไปช่วยคน
R.I.P. หมออีฟ Marisa Eve Girawong ชาวอเมริกันเชื้อสายไทย จากเมืองเมดิสัน รัฐนิวเจอร์ซี แพทย์ที่ทำงานอยู่ในแคมป์ที่เชิงเขาเอเวอเรสต์ เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว
TOP
NOW :