วิกฤต 'แหลมไครเมีย' ส่งสัญญาณ 'ยูเครนตะวันออก'

ท่ามกลางสูญญากาศทางการเมืองของยูเครนในปัจจุบัน หลายฝ่ายกังวลว่าอาจนำไปสู่การแยกประเทศยูเครนอย่างจริงจัง หลังเกิดการเดินขบวนของกลุ่มนิยมรัสเซีย รวมทั้งมีการชักธงชาติรัสเซียขึ้นสู่ยอดเสา ที่เมืองเซวาสโตโปล ทางภาคใต้ของยูเครน เหตุการณ์นี้เป็นอย่างไร และรุนแรงแค่ไหน

การประชุมร่วมระหว่างนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ กับนายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นการหารือร่วมกันระหว่าง 2 มหาอำนาจในประเด็นวิกฤตการเมืองในยูเครน ซึ่งดูเหมือนทุกอย่างกำลังสงบเรียบร้อย แต่ความจริงแล้ว "การแยกประเทศ" กำลังเกิดขึ้น หลังนายวิคเตอร์ ยานูโควิช ถูกรัฐสภาถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดียูเครน

นายแคร์รีเชื่อมั่นว่า ยูเครนจะไม่ถูกแบ่งออกเป็นตะวันตก และตะวันออกอย่างแน่นอน รวมทั้งเรียกร้องให้ชาวยูเครนสามัคคีกัน เพื่อเดินหน้าทำให้ประเทศกลับไปสู่ความมีเสถียรภาพอีกครั้ง แน่นอนว่า การพูดเช่นนี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะลดลงหากมีการแยกประเทศเกิดขึ้น

นายอเล็กซานเดอร์ เทอร์ชินอฟ ประธานาธิบดีรักษาการของยูเครน มองการแยกประเทศว่ามีความเป็นไปได้สูง และรัฐบาลเฉพาะกาลของยูเครนก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยมีการเตรียมจัดหารือหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อจัดการปัญหาดังกล่าว หลังจากชาวยูเครนเชื้อสายรัสเซีย ที่เมืองเซวาสโตโปล บนแหลมไครเมียของยูเครน ชักธงชาติรัสเซียขึ้นสู่ยอดเสาที่ทำการรัฐบาล รวมทั้งออกมาชุมนุมแสดงพลังโห่ร้องคำว่า "รัสเซีย" ไปตามท้องถนน ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐก็ดูเหมือนจะใส่เกียร์ว่าง ปล่อยให้รถถังรัสเซียวิ่งเข้ามาควบคุมเมือง

สิ่งที่น่ากังวลไปกว่าการชุมนุมเรียกร้องการแยกประเทศ คือ การแทรกแซงทางทหารของรัสเซีย เนื่องจากรัสเซียเช่าฐานทัพเรือจากยูเครน และรัฐบาลยูเครนได้ต่อสัญญาเมื่อปี 2553 และนักการเมืองยูเครนหลายคนกังวลว่า การแทรกแซงทางทหารของรัสเซีย ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ขณะที่สูญญากาศทางการเมืองในขณะนี้ จะเปิดโอกาสให้เกิดการแยกประเทศ เพื่อผนวกรวมกับรัสเซียหรือเป็นประเทศอิสระ   

ส่วนประชาชนที่อยู่บนแหลมไครเมียกล่าวในทำนองว่า นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จะส่งกำลังเข้ามาช่วยพวกเขา ถึงแม้จะต้องนองเลือดพวกเขาก็พร้อมสู้ แต่เมื่อย้อนไปดูบริบททางประวัติศาสตร์ แหลมไครเมียเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของรัสเซียมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิรัสเซีย เพราะที่นั่นเป็นทางออกสู่ทะเลดำ จนนำไปสู่สงครามไครเมียในปี 2369 แต่รัสเซียก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้

ปัจจุบัน แหลมไครเมียถูกตั้งเป็นสาธารณรัฐปกครองตนเอง ภายใต้การปกครองของยูเครน แต่ใช้ภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการ และน่าติดตามว่าวิกฤตการณ์ไครเมียครั้งนี้จะจบลงอย่างไร

27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 07:16 น.

View 534

Keyword: นายวลาดิเมียร์ ปูติน , ชาวยูเครน , นายจอห์น แคร์รี , ยูเครนตะวันออก , นายอเล็กซานเดอร์ เทอร์ชินอฟ , การแยกประเทศ , แหลมไครเมีย , การเมืองของยูเครน , กลุ่มนิยมรัสเซีย , การชักธงชาติรัสเซีย , การแทรกแซงทางทหารของรัสเซีย , วิกฤตการณ์ไครเมีย

Embed code :

ARCHIVE

ฮังการีพัฒนา 'โดรน' บินได้เองเป็นหมู่คณะ

นักวิจัยฮังการีพัฒนาเครื่องบินไร้คนขับ หรือ"โดรน" ซึ่งสามารถบินร่วมกันเป็นฝูงได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้การควบคุมจากศูนย์กลาง หวังนำไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร รวมถึงภารกิจค้นหา และกู้ภัยในอนาคต…

ไฮไลท์หน้า 1 สำนักข่าวต่างประเทศ (31 มี.ค.)

World on Web ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2557 เว็บไซต์อัลอาราบียาของซาอุดีอาระเบีย…

และแล้ว 'สันติภาพ' ก็ปรากฏในฟิลิปปินส์

การลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์ กับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนโมโรบนเกาะมินดาเนา เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นข้อตกลงประวัติศาสตร์ที่ช่วยยุติสงครามแบ่งแยกดินแดนที่มีมาอย่างยาวนานถึง…

คู่รักจงเลิกล็อคกุญแจตามสะพานในปารีส

การล็อคกุญแจไว้ด้วยกันตามสะพานต่างๆเพื่อให้รักยืนยาวอาจดูโรแมนติกเหมือนที่ปรากฏในภาพยนตร์หลายเรื่อง แต่ผลเสียที่ตามมาอาจไม่โรแมนติกมากนัก ชาวอเมริกันสองคนจึงร่วมกันรณรงค์ให้คู่รักเลิกล็อคกุญแจตามสะพาน

เจรจาวิกฤตยูเครน 'สหรัฐฯ-รัสเซีย' ยังไร้ทางออก

การเจรจาร่วมกันเพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตยูเครนและไครเมีย ระหว่างสหรัฐฯและรัสเซียยังคงไร้ทางออก เมื่อทั้งสองฝ่ายยังเห็นต่างกันอย่างสิ้นเชิง