BLOG

Make It Clear: กฎหมายที่บังคับให้สื่อออนไลน์ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง
11 สิงหาคม 2560 เวลา 13:48 น.
Make It Clear: กฎหมายที่บังคับให้สื่อออนไลน์ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง
Make It Clear: กฎหมายที่บังคับให้สื่อออนไลน์ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง

พงศ์ บัญชา

คอลัมนิสต์อิสระ

รู้กันดีว่า “โลกไซเบอร์” เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจยุคปัจจุบันพยายามจะหาวิธีควบคุมให้อยู่หมัด แต่ยังทำไม่สำเร็จเสียที 

ไม่ว่าจะความพยายามในจัดตั้ง Single Gateway ที่แท้งไปหลังถูกจับผิดได้และชาวเน็ตฮือต้าน, การออก “ร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์” ที่ยังไปไม่ถึงไหน ค้างเติ่งอยู่ในชั้นกฤษฎีกา, การออกมาโยนหินถามทางของ ปอท. ให้ควบคุมการสื่อสารผ่าน LINE ที่มีคนไทยใช้งานอย่างน้อย 50 ล้านคน, การที่ กสทช. พยายามจัดระเบียบสื่อออนไลน์ โดยเรียกให้บรรดาแอดมินเพจมาลงทะเบียน ทั้งที่ยังไม่ชัดเจนในข้อกฎหมาย ฯลฯ

แต่ท่ามกลางความพยายามที่ล้มเหลวหลายๆ ครั้ง ก็ยังมีที่สำเร็จอยู่ครั้งหนึ่ง ได้แก่การผลักดัน พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 หรือ “พ.ร.บ.คอมฯ ฉบับใหม่” แม้จะต้องยอมปรับแก้เนื้อหาบางส่วน โดยเฉพาะมาตรา 20/1 ที่ให้มี กบว.ออนไลน์ มาคอยเซ็นเซอร์เนื้อหาไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ ซึ่งสุดท้ายถูกตัดทิ้งให้เป็นอำนาจของศาล หลังประชาชนกว่า 370,000 คน เข้าชื่อคัดค้านผ่านเว็บ change.org

ทว่าหลังจาก พ.ร.บ.คอมฯ ฉบับใหม่ ประกาศใช้ช่วงปลายเดือนมกราคม 2560 สารพัดเหตุการณ์ทางการเมืองที่ปะดังปะเดเข้ามาติดๆ กันแบบนันสต็อป ก็ทำให้ความสนใจในกฎหมายดังกล่าวค่อยๆ จางหายไปจากสาธารณชนที่เฝ้าจับตาอยู่ โดยหารู้ไม่ว่าสงครามยังไม่จบ เพราะเนื้อหาหลายส่วนใน พ.ร.บ.คอมฯฉบับใหม่ กำหนดให้ออกกฎหมายฉบับรอง โดยเฉพาะ “ประกาศกระทรวง” เพิ่มเติมอีกหลายฉบับ

จบการแฟลชแบ็กย้อนอดีต - กลับมาสู่ห้วงเวลาปัจจุบัน 

ปรากฎว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกประกาศเพื่อรองรับเนื้อหาของ พ.ร.บ.คอมฯฉบับใหม่ครบถ้วนแล้ว หลายฉบับเป็นเรื่องทางเทคนิค แต่มีบางฉบับที่หลายๆ คนเพิ่งได้มาเห็นแล้วจะต้องผงะ! เพราะผลของมันอาจเขย่าโลกออนไลน์แบบที่หลายคนไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ นั่นคือ “ประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์”

ความจริงแล้ว เนื้อหาของประกาศฉบับนี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่กำหนดขั้นตอนการแจ้งเตือนเพื่อระงับหรือลบข้อมูลที่อาจเป็นการกระทำความผิด พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14 ตามหลักการ notice and takedown ที่มีการใช้ในระดับสากล โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา

แม้ในมาตรา 15 จะกำหนดโทษไว้ว่า หาก “ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต” ไม่ยอมนำข้อมูลออกจะได้รับโทษเท่ากับผู้กระทำผิด คือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้ายอมนำออก ก็ไม่ต้องรับโทษทัณฑ์อะไร

ความจริง พ.ร.บ.คอมฯฉบับใหม่ เหมือนจะอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.คอมฯเดิม ที่ให้เอาผิดทั้งผู้โพสต์และผู้ให้บริการไปเลย ด้วยนำระบบการแจ้งเตือนมาใช้

แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเอกลักษณ์ “แบบไทยๆ” ที่สุด คือการกำหนดระยะเวลาการที่ผู้ให้บริการต้องนำเนื้อหาลง “หลังได้รับแจ้งเตือน” ซึ่งมีทั้งภายใน 7 วัน 3 วัน หรือกระทั่ง 24 ชั่วโมง! (ขณะที่สหรัฐฯ ให้เวลา 10 – 14 วัน)

ซึ่งแม้ว่าในประกาศกระทรวงดิจิทัลฯดังกล่าว จะกำหนดขั้นตอนของการโต้แย้งการแจ้งเตือนนั้นๆ ไว้อยู่ แต่ลองพิจารณาด้วยสามัญสำนึกดูว่า ภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง หากผู้ให้บริการได้รับการแจ้งเตือนมาจะตัดสินใจทำอะไรเป็นอย่างแรกๆ ...แน่นอน ผู้ให้บริการส่วนใหญ่คงตัดสินใจนำเนื้อหานั้นออกจากเว็บหรือฐานข้อมูลของตัวเอง เพื่อ play safe (ในยุคสมัยเช่นนี้ จะมีใครอยากเสี่ยงกัน?)

ผลก็คือจะทำให้วิธีการกำกับดูแลเนื้อหาออนไลน์ด้วยการให้ศาลออกคำสั่ง ตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.คอมฯ แทบจะเป็นหมัน ..ก็ถ้าเจอวิธีที่มันทั้งเร็วและสะดวกมากกว่า จะไปใช้วิธีที่มันช้าและลำบากกว่าทำไม?

ทีมงานโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ที่จับตาการออกกฎหมายสำคัญในยุค คสช. ได้ตั้งคำถาม เรื่องที่มาของกำหนดระยะเวลา ทั้ง 24 ชั่วโมง – 7 วัน ว่าเอาหลักเกณฑ์ใดมากำหนด พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า ประกาศกระทรวงดิจิทัลฯนี้ อาจถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้สำหรับ “ลบข้อมูลที่ไม่พึงปรารถนา” โดยไม่ต้องดำเนินการขอคำสั่งศาล

ท้ายสุด สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคม อาจจะเป็นอย่างที่ สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักวิจัย ผู้เคยเป็นแกนนำในการคัดค้าน พ.ร.บ.คอมฯ เขียนไว้บนเพจ Sarinee Achavanuntakul ว่า “ขอต้อนรับสู่ยุคแห่ง self-censorship อย่างเป็นทางการ และขอให้ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการทุกท่านจงโชคดี”

นี่คือกฎหมายที่บังคับให้สื่อออนไลน์ต้อง “เซ็นเซอร์ตัวเอง” อย่างเป็นทางการ

ARCHIVE BLOG

Make It Clear: กฎหมายและการเมือง เบื้องหลังคำพิพากษาคดี 7 ตุลาฯ

Make It Clear: กฎหมายและการเมือง เบื้องหลังคำพิพากษาคดี 7 ตุลาฯ

ไม่ว่าแต่ละคนจะมองคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง…
Make It Clear: ทำไม กม.คุมเหล้า ถึงเปิดช่องให้ “ตีความ” กลับไปกลับมาได้

Make It Clear: ทำไม กม.คุมเหล้า ถึงเปิดช่องให้ “ตีความ” กลับไปกลับมาได้

ปล่อยให้วุ่นวาย ต้องไปไล่ลบรูปเก่าๆ ที่ถ่ายคู่กับเครื่องดื่มสีอำพัน แม้จะแสนเสียดายบางภาพที่เก็บบันทึกความทรงจำอันแสนงดงาม…
 Make IT Clear: กม.เอาผิดนักการเมือง “ลับหลัง” และ “ย้อนหลัง”

Make IT Clear: กม.เอาผิดนักการเมือง “ลับหลัง” และ “ย้อนหลัง”

สัปดาห์นี้อาจเรียกได้ว่าเป็น “สัปดาห์แห่งคดีความ” เพราะมีข่าวคดีความใหญ่ๆ…
Make It Clear: “ปฏิรูปตำรวจ” ควรเริ่มที่ตรงไหน

Make It Clear: “ปฏิรูปตำรวจ” ควรเริ่มที่ตรงไหน

อาจเพราะวาทะ “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้”…
Make It Clear เบื้องหลังเหตุวุ่นๆ ในการคัดเลือก “ประธานศาลฎีกา”

Make It Clear เบื้องหลังเหตุวุ่นๆ ในการคัดเลือก “ประธานศาลฎีกา”

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในการคัดเลือก “ประธานศาลฎีกา” ประมุขของฝ่ายตุลาการ…

VARIETY PROGRAMMES

JOURNAL JOURNEY

video
ONE DAY TRIP เกาะ Enoshima เมืองวันหยุดของหนุ่มสาวโตเกียว: FULL EP
ONE DAY TRIP จากโตเกียว สู่ เกาะ Enoshima ใน 1วัน ครบทั้งวิวและอาหารการกิน ชมความสวยงามของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ 90 สายพันธุ์ รวม 20,000 ตัว อิ่มอร่อยที่ร้านโคยะ กับเมนู “มาคะไนด้ง” เมนูปลาชื่อดังเดิน รวมทั้ง ชม ช๊อป ชิม ตลอด 2 ข้างทางบนเกาะ พบกันได้ใน JOURNAL JOURNEY

THAILAND

'วิษณุ' แจงคกก.ปฏิรูปล้วนเป็นคนดี มีความคิดสร้างสรรค์ ลงมือทำงาน
'วิษณุ' แจงคณะกรรมการปฎิรูปประเทศ 11 ด้าน ล้วนเป็นคนดี มีความคิดสร้างสรรค์ ลงมือทำงาน และไม่จำเป็นต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. 
TOP
NOW :