BLOG

การเดินทางของ 'ข้าว'
23 สิงหาคม 2560 เวลา 11:35 น.
การเดินทางของ  'ข้าว'
การเดินทางของ  'ข้าว'

จิตนภา จรูญโรจน์ ณ อยุธยา

ผู้สื่อข่าวด้านธุรกิจ/การตลาด และนักศึกษาทุนปริญญาโท บริหารธุรกิจเอสเอ็มอี ม.กรุงเทพ

ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน    ได้เดินทางตามเส้นทางของการเป็นนักข่าวสาย “ข้าว”  ตั้งแต่การปลูกข้าวแบบเดิม – แบบใหม่  ไปจนถึงการรับซื้อข้าวจากชาวนา  การนำข้าวเข้าโรงสี  ไปจนถึงการแพคถุงขาย  

จากนาข้าวเขียวขจี  ชาวนาจะต้องเกี่ยวข้างเปลือกมาขาย   ผ่านกระบวนการรับซื้อข้าว  ที่มีทั้งของเอกชนและของรัฐ    โดยกลไกการรับซื้อข้าวของรัฐ  เช่น สกต.หรือ สหกรณ์เพื่อการเกษตร ของ ธกส. ซึ่งได้เห็นบรรยากาศการรับซื้อข้าวเปลือก   การตรวจวัดความชื้นของข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวสดๆ ได้เห็นชาวนา  บรรทุกข้าวใส่รถอีแต๊ก  ขับมาขายให้กับ สกต.  และอีกช่องทางคือการนำข้าวเปลือกมาขายในท่าข้าวเอกชน   ขั้นตอนไม่ต่างกันมาก  แต่ท่าข้าวของเอกชนไม่มีเครื่องมือความชื้น   แต่ใช้การคาดคะเนด้วยสายตา  การสัมผัสกับข้าวโดยตรง   ก็ประเมินราคารับซื้อได้ ข้าวเปลือกของใครหนักๆ อุ้มน้ำ  มาเปียกโชกเลย  ก็จะได้ราคารับซื้อต่ำ  เพราะเมื่อเข้าเครื่องสี   เครื่องจะตีข้าวเปลือกที่เปียก   ออกหมด  

 

บ่อยครั้งได้เห็นรอยยิ้มของชาวนา  และหลายครั้งก็ได้เห็นชาวนาขมวดคิ้วแกมเสียใจ  ที่ราคาข้าวไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิด      

 

จากท่าข้าว   ข้าวเปลือกเหล่านั้น   จะเดินทางต่อมาถึงโรงสี  เพื่อสีแปรให้กลายเป็นข้าวเปลือก ในตอนนี้เมื่อข้าวมาถึงโรงสีแล้ว   ข้าวเหล่านี้   ได้เปลี่ยนมือ เปลี่ยนเจ้าของ   จะเป็นผู้ค้าข้าวเอง หรือ ผู้ส่งออก  หรือบริษัทขายข้าว  แพคข้าวถุงขายห้าง  หรือจะเป็นโรงสีเองก็ได้   ที่อยากจะซื้อข้าวเพื่อขายเอง   บ่อยครั้งที่ได้มีโอกาสคุยกับตัวแทนโรงสี  ซึ่งพวกเขามักจะถูกตราหน้าเสมอว่าเป็น “พ่อค้าหน้าเลือด”  ขูดรีดชาวนา   กดราคารับซื้อข้าวกันหนักหน่วงก็เพราะโรงสี  และเกือบจะทุกครั้ง  เหล่าโรงสีก็ไม่ได้ปฏิเสธ   ว่าพวกเขากดราคารับซื้อข้าวจากชาวนา    

แต่แท้จริงแล้ว  แม้โรงสีจะเป็นเจ้าของข้าวเอง  แต่โรงสีบางราย  ก็เป็นแค่โรงสีและเก็บข้าวได้แค่น้อยนิด  ส่วนใหญ่รับสีและขายปลีกนิดหน่อย  เมื่อสีข้าวแล้ว   ก็ต้องส่งขาย “รายใหญ่”   จึงจะได้กำไร    ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าตลาดการขายข้าว   ก็จะเป็นแบรนด์ที่วางบนชั้นขายในห้าง   แบรนด์ไหนวางขายในระดับสายตา  เป็นที่รู้กันดี  

 

ซึ่งการที่บริษัทเอกชน หรือ โรงสีจะขายข้าวให้  ผู้ประกอบการแบรนด์ข้าวรายใหญ่  ก็จะต้องผ่าน “นักการเมืองท้องถิ่น”   ที่ทรงอิทธิพล  ที่ Proof   ให้  “เจ้าใหญ่”   ซื้อหรือไม่ซื้อ

 

นักการเมืองท้องถิ่น  รู้กันในวงการข้าวว่า เขาคือ  “บ้านใหญ่”

 

หากจะให้เปรียบเทียบดี ๆ เหมือนมันมีเจ้าถิ่นของวงการข้าวในแต่ละจังหวัด   โรงสี ที่หลายคนเชื่อว่าจะมีอิทธิพล  แต่จริงๆ แล้ว  ผู้ที่ “รับซื้อข้าว” จากโรงสีอีกต่อหนึ่งต่างหาก  ที่มีอิทธิพลต่อระบบการขายข้าวมากกว่า    

 

นี่เป็นระบบปกติ   โดยที่ข้าวจากชาวนา  ไปสู่ห้างสรรพสินค้า  โดยไม่ผ่านการ Subsidize ของรัฐบาลผ่านนโยบายต่างๆ ในทุกรัฐบาล  ไม่ว่าจะเป็นการประกันราคา ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี 2552-2554   หรือรับจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2555 -   2557 

ซึ่งหากมีโครงการของรัฐบาลผ่านนโยบายต่างๆ  ที่ว่าข้างต้น  ข้าวจากชาวนา  จะถูกขายไปเป็นข้าวของรัฐ  ในขั้นตอนของการรับซื้อข้าวเปลือก  และรัฐบาลจะเก็บไว้เสมือนเป็นสินทรัพย์ของรัฐบาล   ซึ่งรัฐบาลเมื่อซื้อไปแล้ว  ก็จะมีทางเลือกในการบริหาร-ระบาย ที่หลากหลาย  

1. เก็บข้าวไว้เป็นความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศ

2. ขายให้กับรัฐบาลต่างประเทศ ผ่านหลายวิธี (ขายแล้วได้เงิน  หรือเอาข้าวแลกเป็นของ เช่น รถไฟ)

3. ขายให้เอกชน  ผ่านการประมูลราคา

 

ในช่วงที่รัฐบาลอภิสิทธิ์  ใช้นโยบายประกันราคาข้าว  เหล่าพ่อค้า ไม่ว่าจะเป็นโรงสี หรือผู้ส่งออกที่เข้าร่วมประมูลข้าวในสต๊อกของรัฐทุกครั้งมองว่า  เป็นนโยบายที่ดี  เพราะเป็นการตั้งราคารับซื้อข้าวไม่ให้สูงเกินกว่าตลาดมากเกินไป   ทำให้ตลาดสามารถพยุงราคารับซื้อและส่งออกดได้ตามความเหมาะสม   โดยในปี 2552  รัฐบาลในยุคนั้น   ได้ปรับใช้ระบบประกันราคาสินค้าแทนการรับจำนำ  เพื่อแทรกแซงราคาข้าวในฤดูการผลิตปี 2552/53  ตามหลักการที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ซึ่งเห็นชอบเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552  วิธีการช่วยเหลือคือ จ่าย “ส่วนต่าง”  ราคารับซื้อเมื่ออ้างอิงกับราคาตลาด   และเปลี่ยนเกณฑ์การรับซื้อ  จากที่ดิน/ครัวเรือน มาเป็น ปริมาณ/ผลผลิต  เพื่อป้องกันชาวนาไร้ที่ดินปลูกข้าว  แบบเช่าที่ดินมาทำนา  ได้ประโยชน์จากโครงการนี้   

นโยบายการประกันราคา  ก็เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องใช้งบประมาณในการอุดหนุนภาคการเกษตร  ไม่ต่างจากนโยบายอื่นๆ  รวมไปถึงการรับจำนำด้วย   ซึ่งนานาความคิดมองว่า  นโยบายรับจำนำ  คือการให้ชาวนานำข้าวมาจำนำกับภาครัฐ  ในราคาใดราคาหนึ่ง  ซึ่งมีทั้ง “ราคาต่ำกว่าตลาด” และ “สูงกว่าตลาด”   ซึ่งนโยบายรับจำนำของนางสาวยิ่งลักษณ์  รับจำนำในราคาสูงกว่าตลาด  ซึ่ง ดร.วีระ หวังสัจจะ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.บูรพา เคยให้สัมภาษณ์กับมติชนว่า  การใช้นโยบายการนรับจำนำในราคาสูงกว่าตลาดนั้น  ทำได้ในวงเงินจำกัด เพื่อพยุงราคาข้าว  โดยต้องกำหนดวิธีการและพันธุ์ข้าว  และอาจใช้นโยบายนี้ในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ 

 

“วงเงินจำกัดในการใช้นโยบายของรัฐ  เพื่อ Subsidize ภาคการเกษตร   มันควรเป็นเท่าไหร่  มีการจำกัดวงเงินหรือไม่  หรือเท่าไหร่  จึงจะเหมาะสม” 

 

ตั้งคำถามไปมาเหมือนจะเข้าทำนอง ไก่กับไข่  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว  การใช้นโยบายเพื่อบริหารประเทศนั้น  มีการกำหนดสัดส่วน % ของการใช้เงิน  มีการกำหนดเพดานไว้อย่างไรว่า  นโยบายที่เกี่ยวกับภาคการเกษตร  จะต้องไม่เกิด กี่% ของงบประมาณประจำปี  หรือของเงินคงคลัง   หรือ การใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  มีกำหนดเพดานวงเงินไว้หรือไม่    มีกำหนดหรือเปล่าว่า  ถ้าหากเงินเฟ้อมันต่ำมาก ๆ หรือ เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอลงหลายๆ ไตรมาสติดต่อกัน    รัฐควรใช้งบประมาณ  ไม่เกิน กี่ % ของเงินคงคลัง   กระตุ้นเศรษฐกิจได้   ไม่ถือว่าเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่  (บางคนเข้าใจว่าเงินฝืด  ซึ่งผิด  เงินฝืดคือ คนมีเงินแต่ไม่จ่าย  ถึงราคาสินค้าไม่แพงขึ้น  ก็ไม่จ่าย)  

 

เป็นเรื่องคิดให้ปวดหัวเล่นดีเหมือนกัน   

ARCHIVE BLOG

  'ดีไซน์ให้เหมือนของขวัญ' ถอดจิตวิญญาณการออกแบบของคนญี่ปุ่น

'ดีไซน์ให้เหมือนของขวัญ' ถอดจิตวิญญาณการออกแบบของคนญี่ปุ่น

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้ไปฟังงาน Bravis Branding Seminar 2017 งานสัมมนาด้านแบรนด์ดิ้งของ…
เปิด Mega Trends  ในห้องเรียน MBA.....เทรนด์ที่โลก (จะ) เป็น

เปิด Mega Trends  ในห้องเรียน MBA.....เทรนด์ที่โลก (จะ) เป็น

เปิด Mega Trends ในห้องเรียน MBA.....เทรนด์ที่โลก (จะ) เป็น ในห้องเรียนปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ…
“ชากุหลาบ” ชาที่หมอและนักวิทยาศาสตร์หาคำตอบไม่ได้

“ชากุหลาบ” ชาที่หมอและนักวิทยาศาสตร์หาคำตอบไม่ได้

ตั้งแต่ช่วงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ร้านน้ำชง “ชาตรามือ” เพิ่มเมนู “ชากุหลาบ”…
'ผู้สาวขาเลาะ' ความสำเร็จของ 'การตลาดข้างถนน'

'ผู้สาวขาเลาะ' ความสำเร็จของ 'การตลาดข้างถนน'

เรามาถอดความสำเร็จของเพลง 'ผู้สาวขาเลาะ' กันดีกว่าว่า ทำไมยอดวิวถึงสูงสุดถล่มทลายได้ขนาดนี้…
OTT  ทีวีแห่งอนาคต?

OTT  ทีวีแห่งอนาคต?

ทำความเข้าใจ... OTT คืออะไร Over-the-Top (OTT) คือ การที่ใครก็ได้สามารถเผยแพร่ “เนื้อหา”…

VARIETY PROGRAMMES

JOURNAL JOURNEY

video
EP.2 หลากอารมณ์ในโฮจีมินห์ จากธรรมชาติ ถึงพื้นที่ศิลปะ: FULL EP
JOURNAL JOURNEY สัปดาห์นี้พบกับ “แขก คำผกา” จะพาไปสัมผัสหลากหลายอารมณ์ในโฮจีมินห์...พื้นที่ศิลปะใจกลางเมืองโฮจีมินห์ แล้วก้าวเท้าออกนอกเมือง สู่ธรรมชาติที่มีเสน่ห์ที่แตกต่าง เพลิดเพลินกับอาหารที่ ไชน่าทาวน์ ที่อร่อยไม่รู้ลืม...พบกันได้ใน JOURNAL JOURNEY

THAILAND

ชี้พิรุธเลื่อนถก 'ก.ม.ภาษีที่ดิน' พบสนช.ถือครองเฉลี่ย 42 ล้านต่อราย
พบพิรุธเลื่อนถก 'ก.ม.ภาษีที่ดิน' ชี้สนช.ถือครองที่ดินเฉลี่ย 42 ล้านต่อราย เพจ 'จับตาปัญหาที่ดิน' ชี้ 'กฎหมายภาษีที่ดิน' ถูกเลื่อนประกาศมาถึงสองครั้ง และน่าจะมีการเลื่อนอีกในช่วงต้นปี 2561 เอี่ยวสนช.หรือใหม่ พร้อมยกข้อมูลจาก ป.ป.ช.พบสนช.ถือครองที่ดินเฉลี่ย 42 ล้านต่อราย
TOP
NOW :