ไม่พบผลการค้นหา
'กอ.รมน.-ทหารพราน' กว่า 100 นาย พร้อมอาวุธครบมือ บุกบ้านหญิงแม่ลูกอ่อน ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก อ้างมาหาตัวผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา กอ.รมน. ร่วมกับ ทหารพรานที่ 45 กว่า 100 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ได้นำกำลังเข้าบุกค้น บ้านของหญิงแม่ลูกอ่อนรายหนึ่ง ในหมู่บ้านบ่อทอง ต.ตันหยังมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก พร้อมอ้างว่า ต้องการตามหาตัว มูฮัมหมัดฟิตรี เจ๊ะฮะ (สามี) ซึ่งถูกกล่าวหาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง

โดยในระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงเจ้าของบ้านได้ยกมือถือถ่ายคลิปเก็บเอาไว้ ซึ่งการถ่ายคลิปครั้งเนื่องจากเห็นว่าตนเองถูกคุกคามในลักษณะเดิมต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แล้ว ภาพที่ปรากฏภายในคลิปเป็นหญิงอุ้มลูกอายุ 6 เดือน กรี้ดร้องและแสดงความไม่พอใจต่อการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ทั้งในเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นแต่ก็ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัย

ล่าสุดวันนี้ (26 ม.ค.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ชุดเดิมประมาณ 5-6 นาย ได้เข้ามาตวรจค้นบ้านและรถจักรยานยนต์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหญิงคนดังกล่าว เพียง 300 เมตร โดยเจ้าของบ้านหลังที่เพิ่งถูกตรวจค้นเป็นหญิงที่อาศัยอยู่กับหลาน 2 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายรูปบุคคลภายในบ้านไว้ก่อนจะกลับไป

มารูวัน หะยีดอเล๊าะ คณะทำงาน The Patani พร้อมสมาชิกลงพื้นที่ให้กำลังใจหญิงผู้ประสบเหตุได้เปิดเผยกับวอยซ์ว่า 5 ปีแล้วที่บ้านหลังนี้โดนปิดล้อมตรวจค้นในยามวิกาล ทำให้คนในครอบครัวหวาดกลัว

มารูวัน ย้ำว่า กรณีนี้น่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะสมาชิกในบ้านมีหญิงแม่ลูกอ่อน ผู้สูงอายุ อายุ 80 ปี เด็กเล็กอีก 3 คน อายุ 12 ปี 6ปี และคนล่าสุด 6 เดือน โดยทุกคนมีสภาพจิตย่ำแย่ เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กมีอาการร้องไห้ออกมาอยู่ตลอดเวลา ขณะที่คนแก่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และมีโรคประจำตัวด้วย

มารูวันเปิดเผยด้วยว่า ข้อมูลที่ได้รับจากครอบครัว และคนในหมู่บ้าน ทราบว่า มูฮัมหมัดฟิตรี ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง เป็นคนดีมาก ช่วยเหลือสัมคม และเป็นเสาหลักของครอบครัวมาโดยตลอด ภายหลังจากถูกเรียกไปรายงานตัวหลายครั้ง มูฮัมหมัดฟิตรี ได้ย้ายออกจากบ้านไปทำงานต่างจังหวัด เพราะเขาเองกังวลใจ และเกรงว่าครอบครัวจะได้รับความเดือดร้อน 

”ทั้งนี้ทางครอบครัวเองก็ไม่เคยได้รับเอกสารทางราชการ หมายค้น หรือหมายจับใดๆ ที่แสดงว่า มูฮัมหมัดฟิตรี เป็นผู้ต้องสงสัยหรือเป็นผู้ต้องหาในคดีความมั่นคง” มารูวัน กล่าว

มารูวัน เรียกร้องด้วยว่าขอให้เจ้าหน้าที่หยุดคุกคามกับคนในครอบครัวนี้ได้แล้ว เพราะคนที่เจ้าหน้าที่ต้องการตัวไม่ได้อยู่บ้าน และทางครอบครัวเองก็ไม่ทราบว่าปัจจุบัน มูฮัมหมัดฟิตรี อยู่ที่ไหน และหยุดเชิญตัวคนอื่นๆ ในครอบครัวไปได้แล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันสะเทือนใจเป็นอย่างมาก คนในบ้านมีแค่ผู้หญิง คนแก่ และเด็กเล็ก ที่ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่มาตลอดระยะเวลา 5 ปี จนทำให้สภาพจิตใจของคนในครอบครัวไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้