ไม่พบผลการค้นหา
รมต.ประจำสำนักนายกฯ เผยคนโคราชโกรธเคือง 'ช่องส่องผี' บิดเบือนประวัติศาสตร์ มอบ พศ.-กรมศิลป์ เอาผิด ด้าน กสทช.เรียกคุย 16 ก.ค. คาดโทษ 2 ประเด็น

วันที่ 9 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีรายการช่องส่องผี เดินทางไปบันทึกเทปรายการที่วัดศาลาลอย อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีบางช่วงที่ 'นางสาวสุระประภา คำขจร' หรือ 'เรนนี่' ได้พูดบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อคุณย่าโมและคุณย่าบุญเหลือ ว่า ชาวโคราช มีความไม่สบายใจ ตั้งคำถามว่า "พวกคุณรู้ในประวัติศาสตร์ดีขนาดไหน ถึงได้ไปกล่าวอ้างขนาดนั้น”

จากที่ได้พูดคุยกับชาวโคราชหลายคน ทุกคนมีความโกรธเคือง แต่เรื่องนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนสำหรับรายการอื่นๆ ที่จากไปอ้างอิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ทำเพื่อให้รายการโด่งดังเพียงอย่างเดียว

“ชาวโคราชต้องการให้ดำเนินคดี ผมก็ต้องการให้ดำเนินการทางกฎหมายต่อไป เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ ถ้ามีช่องทางทางกฎหมายใดที่จะต้องดำเนินการได้ ก็ให้ดำเนินการ

ส่วนเรื่องการขอขมานั่น เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ตำรวจหรือใครจะไปบังคับให้เขามาขอขมาไม่ได้ เป็นเรื่องสามัญสำนึกของคน ว่าควรจะไปขอขมาหรือไม่ ในบางครั้งเรายังเห็นคนทำผิดไปขอขมา แต่นี่คือดวงใจของคนโคราชเป็นที่เคารพบูชา ก็อยู่ที่เขา ไปบังคับไม่ได้ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ” นายเทวัญ กล่าว

รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พิิธีกร บ๊วย เชษฐวุฒิ ออกมาชี้แจงก็ไม่เห็นมีอะไร เพียงแต่บอกว่าจะไปเปลี่ยนให้รายการไปออกทางเฟซบุ๊ก และยังบอกว่าเขาไม่เคยได้ยินว่าคุณเรนนี่ตายไป 49 วัน ซึ่งอันนั้นตนก็ไม่ทราบว่าใครจะตาย 49 วันหรือวันเดียว แต่ตายก็คือตาย คงไม่มีที่ตายแล้วฟื้น ส่วนเรื่องถอดรายการออกจากช่องแล้วนั้นตนไม่ทราบ

โดยทางสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ก็ส่งข้อมูลต่างๆ ไปยังจังหวัด ไปยัง กสทช. และกรมศิลปากร ซึ่งดูแลเรื่องหอประวัติศาสตร์ให้ดำเนินการต่อ เบื้องต้นให้ พศ.จังหวัด ทั่วประเทศแจ้งไปยังทุกวัดว่า ในกรณีที่จะมีผู้มาถ่ายทำรายการในลักษณะเรื่องผี ให้ทางวัดตรวจสอบและพิจารณาให้รอบคอบที่สุด เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนเรื่องหนึ่ง และกลายเป็นการส่งเสริมความเชื่องมงาย จึงขอให้ทางวัดพิจารณาว่ามีความเหมาะสมขนาดไหน

“การกระทำความผิดเสร็จไปแล้ว เหมือนการขโมยของไปแล้วจะเอามาคืนแล้วขอขมาไม่ได้ ก็ต้องดูข้อกฎหมายด้วยว่าเป็นอย่างไร แต่เรื่องนี้ถือว่าย่ำยีคนโคราชมากเกินไป ชาวโคราชก็ต้องการให้ดำเนินคดีตามกฎหมายจะได้เป็นบรรทัดฐานในครั้งต่อไป เผื่อจะมีใครมาบิดเบือนประวัติศาสตร์อีก จะได้รู้ว่าผลลัพธ์ของการบิดเบือน จะมีอะไรเกิดขึ้น” นายเทวัญ กล่าว

แรมโบ้อัดแรง

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.จังหวัดนคราชสีมา กล่าวว่า คำพูดของพิธีกรถือเป็นการใส่ร้ายคุณย่าโมและคุณย่าบุญเหลือ ที่เป็นบุคคลที่ชาวโคราชให้ความเคารพนับถือ อีกทั้งยังบิดเบือนประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ทำให้ชาวโคราชเสียใจกับพฤติกรรมดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งในฐานะที่ตนเองเป็น "คนโคราชลูกหลานย่าโม" ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างมาก

ตนจึงเห็นด้วยที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ และให้กรมศิลปากรซึ่งเป็นผู้เสียหายดำเนินคดี และเห็นด้วยกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมานายวิเชียร จันทรโณทัย ที่จะทำหนังสือถึงรายการดังกล่าวให้ออกมารับผิดชอบกับการกระทำที่เกิดขึ้น และให้ลูกหลานย่าโมไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะเรื่องนี้ถือว่ากระทบกระเทือนต่อจิตใจของคนโคราช และคนที่เคารพ ศรัทธาที่มีต่อย่าโมอย่างมาก

"รายการต่างๆ ที่จะทำรายการเกี่ยวกับวีรกรรมหรือประวัติศาสตร์ท่านท่าวสุรนารีหรือคุณย่าโม อย่าได้บิดเบือนประวัติศาสตร์ให้เสียหาย อย่าทำให้คนโคราชต้องเสียความรู้สึกเสียใจและให้เป็นบทเรียนที่ต้องควรระมัดระวังอย่างยิ่งไม่ควรให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนรายการช่องส่องผีอีกเด็ดขาด" นายสุภรณ์กล่าว

กสทช.เตรียมเอาผิด 2 ประเด็น

พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประธานคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ กล่าวถึงกรณีรายการช่องส่องผีทางช่อง 8 ว่า สำนักงานฯ ได้ทำหนังสือถึงรายการช่องส่องผีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ ในวันที่ 16 ก.ค. โดยที่ประชุมจะเชิญตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมรับฟังด้วย

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดใน 2 ประเด็น คือ การเปิดรับบริจาค และการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับที่ไปกระทบประวัติศาสตร์โดยมีผลกับความรู้สึก ความเคารพศรัทธาของประชาชนในแต่ละท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม อนุกรรมการฯ ต้องฟังการให้ข้อมูลและการชี้แจงเหตุผลของผู้ผลิตก่อนการวินิจฉัย ซึ่งจะได้ข้อสรุปอย่างไรจะนำเข้าที่ประชุม กสทช.เพื่อพิจารณาภายในสิ้นเดือนนี้ ทั้งนี้ ทุกคนอาจมองว่าอนุกรรมการ อาจจะมีการดำเนินการล่าช้าเนื่องจากต้องยึดหลักการวิธีพิจารณาทางปกครองที่ต้องให้ผู้มาชี้แจง เตรียมเอกสารในการชี้แจงรายละเอียด จึงต้องใช้เวลาให้ผู้ถูกชี้แจงจัดเตรียมความพร้อมเพื่อความถูกต้องสมบรูณ์ในการให้ข้อมูล