ไม่พบผลการค้นหา
'ยศชนัน' ชี้จุดเปลี่ยนอุดมศึกษาไทย ดัน Upskill-Reskill รับมือวิกฤตเลิกจ้าง-สังคมสูงวัย หนุน ม.เกษตรฯ ยกระดับการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ปลุกทุกคณะต้องตื่นตัว AI ชี้ชัดไม่ได้แทนคน แต่แทนคนที่ไม่ใช้

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานและบรรยายพิเศษในการประชุมสัมมนาอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปี 2569 ในหัวข้อ “จุดเปลี่ยนอุดมศึกษาไทยในเวทีโลก: จากระบบการศึกษา สู่ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้” เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. และนายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ตลอดจนคณาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วม ณ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า จากสถานการณ์โลกทำให้เราต้องเผชิญกับวิกฤตในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลให้เกิดการเลิกจ้างงาน (Layoff) เป็นจำนวนมากในหลายภาคส่วน โดยในแต่ละปีจะมีทั้งอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่สีแดง หรือกำลังชะลอตัว และพื้นที่สีเขียว หรือกำลังเติบโตสลับสับเปลี่ยนกันไป มหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทในการรองรับวิกฤตเหล่านี้ โดยใช้วิกฤตในพื้นที่เป็นตัวตั้ง เพื่อสร้างหลักสูตรและยกระดับทักษะ (Upskill-Reskill) ให้กับคนทำงาน ให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากทักษะในอุตสาหกรรมเดิมไปสู่ทักษะใหม่ที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายได้ โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างการศึกษา งานวิจัย และนวัตกรรม นอกจากนี้ สถาบันอุดมศึกษาควรปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอน โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับห้องเรียนสี่เหลี่ยมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถประยุกต์ใช้พื้นที่โดยรอบเป็นห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต (Living Lab) เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงพื้นที่จริงและเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงอีกด้วย

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า นอกจากการพัฒนาคนให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแล้ว การพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมก็ต้องก้าวไปพร้อมกัน ตนมองว่าแนวคิดเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งมีจุดแข็งด้านการเกษตรควรมุ่งเป้าไปที่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ ซึ่งสามารถวัดผลและรักษาระบบนิเวศได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยหรือชุมชนในการปลูกป่าชายเลน การฟื้นฟูปะการัง นอกจากนี้ ยังควรยกระดับการเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เช่น เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) และศูนย์กลางนวัตกรรมอาหาร (Food Innovation Hub) ที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินและผู้คนจากทั่วโลกได้

“การจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่นี้ได้ ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายเรื่องสังคมสูงวัย ซึ่งส่งผลให้วัยแรงงานลดลง มหาวิทยาลัยจึงต้องมีหน้าที่สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ผ่านการดึงกลุ่มผู้สูงอายุกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อยกระดับผลิตภาพ รักษาพยุงตัวเลข GDP ของประเทศ โดยสิ่งสำคัญที่ทุกมหาวิทยาลัย และทุกคณะต้องตระหนักและปรับตัวรับมืออย่างเร่งด่วนคือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวและว่า “AI ไม่ได้มาแทนคน แต่มาแทนคนที่ไม่ได้ใช้ AI เพราะฉะนั้นถ้าท่านคิดว่าคณะท่านไม่เกี่ยวกับ AI ก็ต้องเกี่ยวได้แล้ว เนื่องจากตอนนี้ AI เป็นภาษาพื้นฐานรูปแบบใหม่ที่ทุกคนต้องเรียนรู้และใช้งานให้เป็น” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย