ไม่พบผลการค้นหา
’เศรษฐา‘ ลุกสวน ‘ฝ้ายค้าน‘ ปมถูกติงไม่ดึงดูดการลงทุน แจงหากจะดึงเงินหลักแสนล้านต้องใช้เวลา เผยเห็นสัญญาณบวก มั่นใจ 2 ปีข้างหน้าเงินเข้าไทยมหาศาลแบบ “สึนามิแห่งการลงทุน​” - สวน ’จุรินทร์​‘ ถูกเปรียบเป็นแมลง​ บอก​ ฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ที่จ้องเล่นแต่การเมือง​ - โต้​ เป็นรัฐมนตรีเซ็ง​ ชี้เป็นรัฐมนตรีแก้จนให้ประชาชน - เย้ย​อย่าเป็นฝ่ายค้านที่ “ทำให้โลกงง​ วันหนึ่งค้าน อีกวันมีข่าวขอร่วมรัฐบาล”

เศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลุกขึ้นชี้แจงเป็นครั้งที่ 2 ช่วงบ่าย​ โดยระบุว่า ขอบคุณที่ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายมีการอภิปรายหลายประเด็น ซึ่งตนมารับฟังตั้งแต่ช่วงเช้า ไม่ได้ไปไหน โดยย้ายทำเนียบรัฐบาลมาอยู่ที่นี่แล้วโดยอยู่หลังบัลลังก์ ซึ่งทำงานกันอยู่และฟังไปด้วย ตรงไหนที่เป็นคำแนะนำหรือข้อคิดเห็นของท่านที่เป็นประโยชน์ตนก็จดและก็อยากมาให้ความกระจ่างออกมาตอบ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า เรื่องการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ และที่มีการเดินทางไปยังต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสเพิ่มการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจมซึ่งตนมั่นใจว่าผลจะตามมา​ เราปฏิเสธว่าไม่มีหรอกครับ เปรียบคนเป็นแมลงวัน และฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ที่จ้องคอยเล่นแต่การเมืองทั้งที่รัฐบาลพยายามเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆที่เป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ส่วนตัวก็ไม่ว่าอะไร

ส่วนเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น​ นายกรัฐมนตรีมั่นใจว่าเราไม่มี หากมีก็ขอให้นำข้อมูลและหลักฐานมา โดยยินดีที่จะโต้แย้งหรือให้ความกระจ่างได้ เพราะรัฐบาลก็พร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป ซึ่งเรื่องของการลงทุนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนให้ประธานสภาผู้แทนการค้าไทย และ Boi. ชี้แจง และอธิบายผลสำเร็จอย่างชัด และจะติดตามงานต่อไป โดยจะมีทั้งฑูตและคณะทำงานแต่ละประเทศที่ตนเดินทางไปเยือน​ดำเนินการตามงานให้ เพื่อมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้เรื่องการดึงดูดการลงทุนเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ใช่ให้นักธุรกิจเขาเข้ามาอย่างเดียว หรือให้เงินเขาเข้ามาอย่างเดียว แต่หลายอย่างที่เราเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญคือ อัพทักษะการทำงานของแรงงานไทย รวมถึงบัณฑิตจบใหม่ และองค์กรที่จะต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับอุตสาหกรรมที่มีผลกำไรสูง อาทิ​ อุตสาหกรรมไฮเทค ก็จะต้องมีการใส่เข้าไปในข้อตกลงการลงทุน เพื่อให้ประชาชนของเราได้รับการเทรน ที่เหมาะสมทำให้ก้าวไปสู่โลกที่มีรายได้สูงขึ้น

นายกรัฐมนตรี​ ยังชี้แจงอีกว่า เรื่องที่บอกว่ายังไม่มีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาดจริงๆนั้น ถ้าทำงานจริงๆก็จะรู้ เพราะหากคนจะลงทุนมูลค่า 500,000 ล้านบาทหรือ​ ล้านล้าน ตนเชื่อว่าระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา​ และงานที่รัฐบาลก่อนทำมารัฐบาลนี้ก็มาสานต่อ รวมถึงรัฐบาลนี้ก็มีการติดต่อนักลงทุนใหม่ๆ ฉะนั้นหากจะมีการลงทุนมูลค่า 5 แสนล้านก็จะต้องใช้เวลาสักนิดนึง ซึ่งเราก็มั่นใจว่าอย่างไรสัญญาณที่เห็นมาเป็นบวก และอย่างไรก็ตามที่เรามีตัวเลขที่ชัดเจน ในไตรมาสที่ 4 ตั้งแต่ต้นมารับตำแหน่ง ก็ได้เดินทางไปในประเทศที่มีเจตจำนงมาลงทุนในไทย มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าหากเปรียบเทียบกับปีก่อน ซึ่งนี่เป็นตัวเลขที่ชัดเจนที่สุด สามารถพิสูจน์ได้

ส่วนตัวเลขการลงทุน 583,000 ล้านบาท ที่ฝ่ายค้านสงสัยนั้น ก็เป็นเลขที่มีแผนเข้ามาแล้ว พร้อมยืนยันว่าเป็นตัวเลขจริง​ และยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังพูดคุยในตัวเลขจริง ไม่ใช่เป็นตัวเลขจับต้องไม่ได้ ฉะนั้นขอให้อดใจ เชื่อว่าอีก 2 ปีข้างหน้า เราจะเห็นเงินลงทุนเข้ามาในไทยอย่างมหาศาล โดยตนขอใช้คำว่า​ สึนามิแห่งการลงทุน​ ฉะนั้นขอให้ท่านมั่นใจเพราะตนยังมั่นใจ

ส่วนการที่บอกว่าตนไปขาย การลงทุนให้กับนักลงทุนต่างประเทศและกลับบอกว่าเศรษฐกิจวิกฤต​ ตนว่าเรื่องที่เราไปโฆษณาประเทศ กับเรื่องเศรษฐกิจ คนละเรื่องกัน โดยเรื่องที่ว่าวิกฤตและไม่วิกฤตเป็นเรื่องที่โต้ตอบและเถียงกันไป แต่ถึงอย่างไรเรื่องหนึ่งที่เราไม่ต้องโต้เถียงกันเลยก็คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งตนมั่นใจว่าเราทุกคนในสภาฯ​ มีความมั่นใจว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยเกิดขึ้นแล้ว ฉะนั้นตนเชื่อว่าเรามาถูกทาง ซึ่งท่านอาจจะไม่คุ้นเคยในการทำธุรกิจ ออกมาเชิญชวนใครเข้ามาลงทุน​ เพราะถ้าเราไม่ออกไป เขาจะทราบได้อย่างไรว่าเรามีความพร้อมในทุกมิติหรือมีสิ่งดีที่ซ่อนเร้นอยู่ อาทิ ประชากรที่มีคุณภาพ พลังงานสะอาด ที่มีศักยภาพสูงมาก ความสามารถในการเป็นศูนย์กลางการบิน และเรื่องอาหาร การท่องเที่ยว แน่นอนว่าหากจะมีการย้ายฐานการผลิตเข้ามายังประเทศไทย เรื่องของโรงพยาบาลและโรงเรียนระดับโลกของไทยก็มีอยู่จำนวนมากจึงต้องทำให้เขาสบายใจ

ทั้งนี้สำคัญใน สิ่งอื่นใดจุดยืนในการต่างประเทศของเรา มีความเป็นกลาง ทำให้หลายประเทศอย่าง จีน ​ญี่ปุ่น สหรัฐ​ อินเดีย​ ไต้หวัน มีความสบายใจในการเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งตนมั่นใจว่า ถ้าหากไม่ใช่ตนขอให้เชื่อในศักยภาพของประเทศ ตามที่ตนได้เอ่ยมาในเบื้องต้น

นายกรัฐมนตรี​ ยังระบุอีกว่า​ สภาพในปัจจุบันและศักยภาพที่ไทยมี ยังมีช่องว่างเหลืออยู่อีกมาก ฉะนั้นการที่เราออกไปพูดคุย และแนะนำให้เขาเข้ามาลงทุนตนจึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่วนการที่ฝ่ายค้านออกมาระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เป็นตำแหน่งของตนนั้น เป็นรัฐมนตรีว่าการที่เซ็ง​ ไม่จริงหรอก​ เพราะการขับเคลื่อนนโยบายของตนมั่นใจว่า เป็นรัฐมนตรีคลังที่แก้จนให้กับประชาชน แต่ถึงอย่างไรตนขอฝากไว้สักนิดว่า ท่านอย่าเป็นฝ่ายค้านที่ทำให้โลกงงก็แล้วกัน วันหนึ่งก็จะเป็นฝ่ายค้าน อีกวันหนึ่งก็มีข่าวว่าจะขอเข้าร่วมรัฐบาล กลัวประชาชนจะงงมากกว่า\

ส่วนเรื่องการจ้างงาน ตัวเลขไตรมาส 4 ของปี 2566 อยู่ที่ 330,000 คน ลดลงจากปีก่อน 29% ที่มีผู้ว่างงานกว่า 462,000 คน โดยทำให้ตัวเลขว่างงานเหลืออยู่เพียง 0.8% ของกำลังแรงงาน ส่วนสถานการณ์บัณฑิตที่ว่างงาน ไตรมาส 4 ปี 2566 ว่างงาน 4.4% ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 6.1% ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงตลาดแรงงานบัณฑิตจบใหม่มีสัญญาณดีขึ้น หากเปรียบเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ที่ตนชี้แจงนั้นมไม่ได้บอกว่าเราทำหน้าที่เสร็จแล้ว แต่ตนเชื่อว่าเรามาในทิศทางที่ดีและจะพยายามทำต่อไป มั่นใจว่าแรงงานไทยก็จะดีขึ้น

ขณะที่เรื่องยางพารา​ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลไปแล้วอย่างครบถ้วน ซึ่งตนขอเสริมเล็กน้อยว่า ที่ท่านบอกว่ารัฐบาลก่อน ขนาดปราบยางเถื่อน ราคายางพาราก็ยังไม่ขึ้น ซึ่งตนก็ยังไม่มั่นใจว่าท่านไปปราบที่ไหน แต่ตนขอชี้แจ้งว่าการปราบของตนไม่ได้คุยแค่ศุลกากร ไม่ได้คุยแต่กระทรวงเกษตรหรือฝ่ายความมั่นคง แต่คุยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งทำงานกันอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบอย่างใกล้ชิดกัน ฉะนั้นเรามั่นใจว่า การปราบเรื่องยางเถื่อน มีผลชัดเจน​ 

ส่วนที่ราคายางปรับขึ้นนั้น แน่นอนว่าเราสามารถควบคุมที่อยู่ 30% ของทั่วโลกประเทศที่เป็นการผู้นำในการส่งออกยางและใช้จ่าย ฉะนั้นเรามีการประกาศว่าจะปรางยางเถื่อนอย่างชัดเจน หากผู้ซื้อมีความมั่นใจในรัฐบาล แน่นอนปริมาณความต้องการซื้อเพิ่ม ฉะนั้นการที่ตนบอกว่าราคายางขึ้นไม่ใช่เรื่องของอุบัติเหตุ แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลที่ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการกับทุกฝ่าย อันนี้ตนก็ขอขอบคุณ ผบ.ทบ และรักษาราชการแทน ผบ.ตร. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมศุลกากร ด้วย​ พร้อมยืนยันว่าจะทำต่อไป

"ยืนยันครับตัวจริงเสียงจริง รัฐบาลเพื่อประชาชนครับ"