เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอเนื้อหาที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อใช้วิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป แสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาคำร้องของศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ขอให้พิจารณาเรื่องการใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในการสั่งสำรองราชการของพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากการรับฟังชี้แจงจาก พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 7 นาย แล้ว คณะกรรมาธิการเห็นว่าคลิปเสียงที่มีการนำออกเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนเป็นการสนทนาระหว่างผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ.วิระชัย ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบยิงรถยนต์ของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา หารือและสั่งการกับพล.ต.อ.วิระชัย พร้อมทั้งเห็นว่าการที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งสำรองราชการพล.ต.อ.วิระชัย เป็นการใช้อำนาจตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด และเป็นกรณีที่เข้าเหตุตามกฎของ ก.ตร ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนในการดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการสอบสวน และไม่ถือว่าเป็นการลงโทษ
ส่วนประเด็นการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พล.ต.อ.วิระชัย โดยอ้างเหตุที่ถูกกล่าวหาในความผิดอาญา ทั้งที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาในความผิดอาญานั้น เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนภายหลังที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีความเห็นว่าพล.ต.อ.วิระชัย มีการกระทำความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ส่วนคำสั่งสำรองราชการนี้จะมีผลกับการพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่หรือไม่ ผู้ที่มีอำนาจพิจารณาคือนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตํารวจ ที่จะประชุมเพื่อพิจารณาตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ในไม่ช้า ซึ่งกรรมาธิการจะนำความเห็นทั้งหมดนี้ส่งไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อประกอบการพิจารณา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :