ไม่พบผลการค้นหา
กระทรวง อว. เปิดเกมรุก Space Economy ผนึกญี่ปุ่นพัฒนาดาวเทียมวงโคจรต่ำ วางรากฐานเซมิคอนดักเตอร์-ควอนตัม-กำลังคน 8 หมื่นคน หนุนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอนาคต

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยกิจกรรมด้านอวกาศครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเทคโนโลยีและปูทางสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ระหว่างกระทรวง อว. กับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (METI) แห่งประเทศญี่ปุ่น โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ในฐานะผู้แทนฝ่ายไทย และ นายมัตสึโอะ ทาเคฮิโกะ (Mr. MATSUO Takehiko) ผู้ช่วยรัฐมนตรีฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของ METI ในฐานะผู้แทนฝ่ายญี่ปุ่น เป็นผู้ลงนาม พร้อมมี คณะผู้บริหารทั้งสองฝ่าย เข้าร่วม ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569

ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า การลงนามในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรวบรวมและกระชับความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นในหลากหลายมิติ โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ การทำงานร่วมกันทางอุตสาหกรรม การพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีสมรรถนะและมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอวกาศ การสร้างเครือข่ายงานวิจัย และการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมของทั้งไทยและญี่ปุ่น แต่ยังเป็นการรับประกันขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของทั้งสองประเทศ

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ประเทศไทยได้เดินหน้าโครงการศึกษาการทำกลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO Satellite Constellations) ร่วมกันระหว่างญี่ปุ่น โดยผนึกกำลังหน่วยงานอวกาศชั้นนำจากทั้งสองฝ่าย อาทิ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ของไทย และองค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น (JAXA) โดยเป้าหมายระยะยาว คือ การใช้ประโยชน์จากกลุ่มดาวเทียม LEO เพื่อสนับสนุนโครงการด้านอวกาศใหม่ๆ ของไทยที่กำลังเติบโต (Emerging space programs) ซึ่งหากโครงการนี้สำเร็จเป็นรูปธรรม จะถือเป็นการเปิดประตูบานใหญ่ให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ยุคใหม่อย่างเต็มตัว

“อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ คือ การยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ โดยไทยมุ่งนำเทคโนโลยีของญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประโยชน์ทั้งต่อประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และความมั่นคงของประเทศ และขยายผลสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตในด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์และควอนตัม ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต โดย กระทรวง อว. ตั้งเป้าหมายในการผลิตและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงให้ได้ถึง 80,000 คน ภายในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2569 – 2573)“ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงนามความร่วมมือระหว่าง อว. และ METI ในครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมขั้นสูง การบูรณาการองค์ความรู้ระดับโลกจากญี่ปุ่นไม่เพียงแต่จะช่วยจุดประกาย "เศรษฐกิจอวกาศ" (Space Economy) ให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรมในไทย แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งด้านนวัตกรรมและกำลังคนสมรรถนะสูง เพื่อขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวทันพลวัตของโลก พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป