เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับ นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) และคณะ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ว่า ทางสมาคมฯ ได้นำเสนอข้อเสนอแนะ 6 ประเด็นสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนงานการศึกษาร่วมกับกระทรวงฯ ประกอบด้วย
- การสนับสนุน พ.ร.บ. การศึกษาฯ
- การเดินหน้านโยบายลดภาระครูผ่านการยุบโครงการและควบรวมตัวชี้วัดที่ซ้ำซ้อน
- การสรรหาบุคลากรสายงานสนับสนุนด้านพัสดุและการเงินให้แก่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก
- การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนขยายโอกาสเพื่อยกระดับผลการทดสอบ PISA
- การเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
- การส่งเสริมการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสถานศึกษาเพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
รมว.ศธ. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวว่า ศธ.ได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เสร็จสิ้นแล้ว ตามกรอบเวลา และเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรภายในเดือนธันวาคมนี้ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบาย "คืนครูสู่ห้องเรียน" ด้วยการยกเลิก/ปรับลดโครงการที่ซ้ำซ้อน พร้อมโอนงานรายงานเอกสารไปให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือระดับจังหวัดดูแลแทน เพื่อให้ครูได้ทุ่มเทกับการสอนอย่างเต็มที่ ส่วนปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่การเงินและพัสดุ ได้เร่งแก้ไขด้วยการบริหารจัดการปรับเกลี่ยสายงานภายในระบบแทน การขอเพิ่มอัตรากำลังใหม่
สำหรับแนวทางการจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เตรียมใช้กลไกพัฒนา "โรงเรียนคุณภาพ" ให้มีความพร้อมในทุกด้าน เพื่อดึงดูดให้นักเรียนมาร่วมเรียนด้วยความสมัครใจ เช่นเดียวกับการยกระดับผลคะแนน PISA ที่มุ่งกระจายโอกาสทางวิชาการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกภูมิภาค พร้อมทุ่มงบพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI Platform) เพื่อเตรียมความพร้อมให้ครูและนักเรียนล่วงหน้า รองรับตัวชี้วัดใหม่เรื่อง "ความรอบรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์" (AI Literacy) ในการประเมินผล PISA ปี 2029
นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับสวัสดิการครู ทั้งการเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนมาตรการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงระบบงานของ สกสค. และองค์การค้าฯ พร้อมสรรหาผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาดูแล ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการนำร่องติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟฟ้ากว่าร้อยละ 30 พร้อมตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับอาคารสร้างใหม่ในปี 2570 และอยู่ระหว่างหารือร่วมกับการไฟฟ้าและกระทรวงการคลัง เพื่อเปลี่ยนนำพลังงานไฟฟ้าที่เหลือใช้ช่วงปิดเทอม มาสร้างรายได้กลับคืนสู่โรงเรียน เช่น เปิดเป็นจุดบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จัดหลักสูตรอาชีวศึกษาระยะสั้น ในการดูแลรักษาแผงโซลาร์เซลล์ เป็นต้น
"ขอขอบคุณทุกมุมมองและข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์ ขอน้อมรับไว้ และจะนำไปต่อยอดต่อไป โดยเฉพาะโครงการติดตั้งโซล่าเซลล์ เพื่อสร้างอาชีพใหม่ ในลักษณะหลักสูตรระยะสั้นให้แก่นักเรียนที่จบ ม.3 หรือ ม.6 เพื่อสร้างรายได้เสริมที่ตอบโจทย์และเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย" รมว.ศธ.กล่าว
ที่มา : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.