ไม่พบผลการค้นหา
รัฐมนตรี 3 กระทรวง (ศธ. - พม. - มท.) ผนึกกำลังยกระดับทุนมนุษย์ พลิกโฉมศึกษาจังหวัดนครราชสีมาให้เป็น "พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Sandbox)" แห่งแรกของไทย เน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียว ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนใน 1 ปี

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยข้าราชการการเมือง ผู้บริหารระดับสูง ศธ. และผู้บริหารการศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมประกาศเจตนารมณ์ “บูรณาการการขับเคลื่อนการยกระดับทุนมนุษย์ และปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย” ระหว่าง 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ร่วมกับนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนจังหวัดนครราชสีมาให้เป็น "พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Sandbox)" แห่งแรกของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียว หวังลดความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืนภายใน 1 ปี

รมว.ศธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า ​โคราชเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงมาก ทั้งในด้านประชากร โครงสร้างพื้นฐานที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2570 ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟทางคู่ รวมถึงยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการ "ผนึกกำลังระหว่างหน่วยงาน" ซึ่งมีรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านที่เป็นคนโคราช เพื่อผลประโยชน์ของเด็ก เยาวชน และประชาชนของชาวโคราชอย่างแท้จริง

รมว.ศธ. เผย 6 ประเด็นบูรณาการร่วม 3 กระทรวง เพื่อ 'พลิกโฉมการศึกษาโคราช' ​อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ ​

1. ยกระดับอาหารกลางวันและโภชนาการเด็ก โดยปรับระบบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้จัดซื้อวัตถุดิบและปรุงอาหารในระดับตำบล เพื่อส่งต่อให้โรงเรียน มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระครู โดย ศธ. จะใช้แอปพลิเคชันเข้ามาช่วยวิเคราะห์และดูแลคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมติดตามสุขภาพเด็กอย่างใกล้ชิด ​

2. สถานศึกษาปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติดและความรุนแรง ขอฝากถึงผู้ปกครองและหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะฝ่ายปกครอง และ อปท. ช่วยร่วมดูแลความปลอดภัยโดยรอบสถานศึกษา พร้อม ๆ กับกวดขันเรื่องยาเสพติดอย่างเข้มงวด ขณะที่ ศธ. และ พม. จะร่วมกันพิทักษ์สิทธิเด็ก ซึ่ง ศธ. ได้ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพฯ เป็นระบบเยียวยาและเข้าช่วยเหลือเด็กที่ถูกรังแก หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมถึงดูแลครู และบุคลากรทางการศึกษาด้วย รวมถึงดูแลความปลอดภัยในการเดินทางและการทัศนศึกษา และเป็นศูนย์กลางข้อมูลระหว่างนักกฎหมาย นักจิตวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

​3. โอกาสที่เท่าเทียมของเด็กพิการ เป็นกลไกของทั้ง 3 กระทรวง โดย พม. จะทำงานเชิงรุกร่วมกันเพื่อค้นหาและช่วยเหลือเด็กพิการให้ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมทันทีในทุกกลุ่ม โดยไม่ต้องรอให้ครอบครัวร้องขอความช่วยเหลือ

​4. พาเด็กหลุดระบบกลับเข้าสู่การศึกษา (Thailand Zero Drop-out) ปัจจุบันโคราชมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษากว่า 10,000 คน ด้วยสาเหตุต่างกัน ทั้งย้ายตามผู้ปกครอง ครอบครัวไม่พร้อม โดยจะใช้กลไกของ 3 กระทรวง จัดรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่น "เรียนไปทำงานไป" พร้อมใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ให้สามารถสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ

​5. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ รองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมสามารถนำประสบการณ์การทำงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตการศึกษาได้

​6. ชุมชนคือห้องเรียน (Community-Based Learning) ที่จะออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม โดยใช้ประโยชน์จากต้นทุนในพื้นที่ เช่น วัด โรงเรียน สถานที่สาธารณะ บ้านเรือน และคณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมกันเป็นพื้นที่สร้างการเรียนรู้ให้คนทุกช่วงวัย

"สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มุ่งสู่ทิศทาง 'โคราชเมืองอัจฉริยะและเมืองแห่งการเรียนรู้' ในอนาคต ซึ่งนอกเหนือจากประเด็นการศึกษาแล้ว แผนงานนี้ยังเชื่อมโยงกับการผลักดันจังหวัดนครราชสีมา สู่การเป็น Korat Smart City, MICE City (ศูนย์กลางการประชุมนิทรรศการระดับโลก), และ Wellness Hub (ศูนย์กลางสุขภาพ) รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนนักศึกษาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ (Guide) รองรับนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงานระดับนานาชาติ เช่น มหกรรมพืชสวนโลกระดับโลก (Korat Expo 2029) ในปี 2572 เพื่อสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับจังหวัดอย่างยั่งยืน" รมว.ศธ.กล่าว

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวว่า จากปัญหาความท้าทายของโครงสร้างประชากร ตั้งแต่จำนวนเด็กที่เกิดใหม่ ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต เป็นสิ่งที่เราต้องขอทำงานร่วมกับ ศธ. และ มท. อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ตาม 6 ประเด็นที่ พม. จะขับเคลื่อนให้เป็น "โคราชโมเดล" ครอบคลุมให้ครบทุกตำบล เช่น ​การจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน, ​การขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุ, ​การขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่จะต้อง​ผสานพลังเครือข่ายทั้งจากภาคการศึกษาและฝ่ายปกครอง เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ ดูแลประชาชน 'ชาวโคราช' ทุกช่วงวัยให้ครอบคลุมทุกมิติ

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ​รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มท.) เปิดเผยว่า พร้อมร่วมขับเคลื่อนกับ ศธ.-พม. เพื่อนำนโยบายสู่ภาคปฏิบัติ โดยย้ำว่าสิ่งที่พูดไป ต้องเกิดขึ้นจริง และสิ่งไหนทำได้ทันทีจะทำเลย เช่น การเชื่อมโยงฐานข้อมูลและการส่งฝ่ายปกครอง (กรมการปกครอง) การลงพื้นที่ช่วยเหลือและรับฟังปัญหาของประชาชนร่วมกับอีก 2 กระทรวง และพร้อมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัด ตลอดจนโครงการสำคัญต่าง ๆ เช่น การประสานงานเพื่อเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งมอเตอร์เวย์ ถนนหนทางต่าง ๆ รองรับการจัดงานพืชสวนโลกในปี 2572 ที่ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก 2 - 6 ล้านคน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในโคราช สำหรับโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุน จะเร่งผลักดันเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปี 2570 เพื่อให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวง สามารถขับเคลื่อนแผนงานที่วางไว้ให้ชาวโคราชได้อย่างเต็มรูปแบบต่อไป