ไม่พบผลการค้นหา
ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิดระลอก 3 ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังคงปรากฏ ในฝั่งต่อต้านรัฐบาลที่ทำกิจกรรมคู่กันระหว่างผู้อยู่ในและนอกเรือนจำ โดยขณะนี้มี ‘เพนกวิน’พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ ‘รุ้ง’ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ที่อดอาหารในเรือนจำ ประท้วงความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น

แม้มีกระแสขอให้ ‘เพนกวิน’ ยกเลิกอดอาหาร เพราะเป็นห่วงสุขภาพ ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 1 เดือนแต่ ‘เพนกวิน’ ยังคงอดอาหารประท้วงต่อไป 

ด้านภายนอกเรือนจำ ท่ามกลางสถานการณ์โควิดระบาด ทำให้การจัดกิจกรรมต่างๆลดลง เหลือเพียงการยืน 112 นาทีแทน ตามพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น หน้าศาลฎีกา หน้าเรือนจำ เป็นต้น นำโดยคุณแม่ ญาติๆ ลูกๆ ของแกนนำที่ถูกจับกุม โดยใช้ชื่อว่า ‘ราษมัม’ .

ซึ่งเพจของเครือข่ายกลุ่มเคลื่อนไหว ได้ขับเน้นถึง ‘บทบาทพ่อแม่-บทบาทลูก’ ในการแสดงออก พร้อมม็อตโต้ว่า ‘คืนลูกให้แม่ คืนพ่อให้ลูก’ ซึ่งในกรณี ‘คุณพ่อ’ ก็คือ ‘สมยศ พฤกษาเกษมสุข’ ที่คุมขังในเรือนจำ

ทั้งนี้ฝ่ายความมั่นคง มองว่าเป็นการ ‘เลี้ยงกระแส’ ให้มีความต่อเนื่อง เพราะการเคลื่อนไหวถูกเว้นระยะไป ด้วยแกนนำถูกจับกุมและสถานการณ์โควิด สำหรับการอดอาหารเป็น ‘วิธีประท้วง’ ที่เป็น ‘สากล-สันติ’ และเป็นการแสดงออกที่กระทำได้ ขณะถูกคุมขัง ควบคู่การเคลื่อนไหวของ ‘กลุ่มราษมัม’ ที่สะท้อนภาพความผูกพันระหว่าง ‘พ่อ-แม่-ลูก’ จึงทำให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีเรื่อง ‘ความอ่อนไหว’ อยู่ด้วย โดยการยืนได้เริ่มขยายวงไปพื้นที่ต่างจังหวัด หรือการยืนคนเดียวของ ‘ราษมัม’ คนอื่นๆ บริเวณหน้าบ้าน เช่น ‘คุณแม่พริ้ม’ มาดาของ ‘ไผ่ ดาวดิน’

พลเมืองโต้กลับ  ศาลฎีกา 112 ม็อบ  ราษฎร ม็อบ หน้าศาลฎีกา ยืน 112 02.jpg

ทั้งนี้ยังมีกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้าเดิม รวมกันยืน 112 นาที หน้าทำเนียบฯ และหน้ารัฐสภา โดยย้ำถึงจุดยืน ปล่อยเพื่อนเรา ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และให้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ มาในแนวคิด ‘คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย’ และแต่งกายคล้ายนักโทษ พร้อมมีโซ่ตรวนที่ข้อแขนและข้อเท้า

การจัดเคลื่อนไหวลักษณะเช่นนี้ ฝ่ายความมั่นคงมองว่าเป็น ‘บทเรียน’ มาจากการจัดม็อบแบบ ‘ไร้แกนนำ’ ที่นำมาสู่การเผชิญหน้าหลายครั้ง จึงนำมาสู่การเคลื่อนไหวในรูปแบบดังกล่าวแทน ซึ่งการยืนนิ่งๆ ก็เป็นรูปแบบที่เจ้าหน้าที่ต้องปล่อยให้จัด เพราะไม่ได้เป็นการจัดชุมนุมที่สร้างผลกระทบมากนัก ในส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่มีท่าทีเป็นห่วงเรื่องการอดอาหารประท้วง ว่าจะส่งแรงกระเพื่อมทางการเมือง

“คงไม่ต้องห่วงเรื่องการอดข้าวประท้วง เพราะเป็นเรื่องที่ท่านตัดสินใจเอง แต่ผมก็เป็นห่วงเรื่องของสุขภาพ เพราะอย่างไรก็ตาม ท่านก็เป็นคนไทยที่ผมต้องดูแลเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ขอให้แยกแยะออกจากกันว่าอะไรผิดอะไรถูก เพราะฉะนั้นการอดข้าวจะมีผลต่อกระบวนการยุติธรรมก็คงไม่ใช่ เพราะเป็นกระบวนการของศาล กระบวนการยุติธรรม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทว่าสิ่งที่มีการประเมินต่อไปคือ หากการอดอาหารทำให้ร่างกายทรุดลง จนต้องเข้าโรงพยาบาล การเคลื่อนไหวจะเป็นอย่างไร ย่อมมี ‘แรงกระเพื่อม’ ภายนอกเรือนจำเกิดขึ้น ในการปลุกกระแสขึ้นตามมา

อย่างไรก็ตามความเคลื่อนอีกฝั่ง ได้มีการตั้งกลุ่ม ‘องค์ดำ-สองคาบสมุทร’ ขึ้นมา โดยเรียกตัวเองว่าเป็น ‘ชุดปฏิบัติการพิเศษจู่โจม’ หรือ ‘ฉก.องค์ดำ’ ในภารกิจปกป้อง 3 สถาบันหลัก พร้อมม็อตโต้ว่า “ในเงามืด จะมีเรา เฝ้าบังลังก์” ซึ่งกลุ่มดังกล่าวได้มีการแต่งกายชุดดำคล้ายการ์ด มีการออกแบบโลโก้ของกลุ่มขึ้นมา

นักรบองค์ดำ องค์ดำ A-F5F7523BAD07.jpeg

โดยเป็นลักษณะทรงกลม ภายในเป็นรูปของสมเด็จพระนเรศวรทรงม้าออกศึก ขอบอาร์มสัญลักษณ์เป็นสีธงชาติ ขอบด้านล่างอาร์มสัญลักษณ์ พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีทอง ‘ฉ.ก.องค์ดำ’ และยังมีป้ายชื่อชองกลุ่มแยกอีกชิ้นหนึ่ง เป็นสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในเขียนตัวอักษรสีทอง ‘นักรบองค์ดำ’ พื้นหลังสีดำ

ทว่ามีการเผยแพร่ภาพถ่าย 1 ในสมาชิกกลุ่ม ฉก.องค์ดำ ได้ติดอาร์มวงกลม สัญลักษณ์ กอ.รมน. ด้านแขนขวา

ทำให้ พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ออกมาชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น กอ.รมน. ขอยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับกลุ่มดังกล่าว โดย กอ.รมน. ได้แจ้งไปทาง กอ.รมน.ภาค และกอ.รมน.จังหวัด ให้ตรวจสอบว่ามี จนท. และ มวลชนไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่ง มวลชน กอ.รมน. จะไม่แต่งกายแบบกลุ่มนักรบองค์ดำ-สองคาบสมุทร

หากพบว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลมีการนำตรา กอ.รมน. ไปแอบอ้าง โดยไม่ได้อนุญาต จะถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายราชการ พ.ศ.2482 มาตรา 6 ห้ามบุคคลใช้เครื่องหมายราชการ เว้นได้รับอนุญาต ซึ่งคนฝ่าฝืนจะมีโทษตาม มาตรา 8 คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับเกิน 2,000 บาท

ฉก องค์ดำ C-4F5E-9A9D-7DDD15E8577C.jpegฉก องค์ดำ 0-760B-4ECE-BC94-F6E076DA17EC.jpeg

ทั้งนี้มีรายงานว่า ‘กลุ่มองค์ดำ-สองคาบสมุทร’ ทำร่วมกับ ‘กลุ่มนักรบศรีวิชัยสองคาบสมุทร’ โดยอยู่ภายใต้เครือข่าย ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ที่เคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ โดยมี นายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู เป็นหัวหน้ากลุ่มนักรบองค์ดำ รักวิทย์ ยินดี เป็นหัวหน้ากลุ่มนักรบศรีวิชัยสองคาบสมุทร​จันทบุรี​ องค์ดำบูรพา​ภักดี

ก่อนจะมาเป็นกระแสในช่วงนี้ เพราะพฤติกรรมของ ‘ฉก.องค์ดำ’ เป็นไปในลักษณะ ‘ล่าแม่มด-ศาลเตี้ย’ ตามไปถึงที่อยู่ของบุคคล ที่เขามองว่าจาบจ้วงสถาบัน โดยเรียกว่า ‘ยุทธการผีเสื้อสมุทร’ โดยลงพื้นที่ไปพูดคุยกับ ‘กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน’ ในพื้นที่ ก่อนไปพูดคุยกับบุคคลที่กระทำการที่กลุ่มมองว่าจาบจ้วงสถาบัน และส่อมีความผิด มาตรา 112 พร้อมให้ทำพิธีขอขมาขอพระราชทานอภัยโทษ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ จากนั้นได้ให้คำมั่นสัญญาว่า จะประพฤติปฎิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดี ไม่กระทำการใดๆหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีก

มีการมองว่าทั้ง ‘ฉก.องค์ดำ-นักรบศรีวิชัย’ มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มในอดีตตั้งแต่ กปปส. ในซีกพุทธะอิสระ ถือเป็น ‘เหลืองฮาร์ดคอ’ โดยชื่อ ‘เม่น-เมธ ตระกูลวุ่นหนู’ เคยเป็น หัวหน้าการ์ด กปปส.หลักสี่ และมีชื่อเป็นหนึ่งในผู้ต้องหามือปืนป็อปคอน อีกทั้งเคยเป็นแกนนำกลุ่ม ‘คณะพลังแผ่นดินสยาม’ ที่เคยนัดชุมนุมข้างคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้ สนง.ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในวันที่ ‘กลุ่มปลดแอก-คณะราษฎร63’ นัดชุมนุม 25 ต.ค.63

ทั้งหมดนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โควิด ที่กระจายตัวเป็นหย่อมๆในแต่ละพื้นที่ของแต่ละฝ่าย เมื่อสถานการณ์โควิดเบาบางลง ต้องจับตาว่าจะมีความเคลื่อนไหวใหญ่ใดตามมา เพราะการนัดชุมนุมรีเดม 17เม.ย. ก็ได้ยกเลิก และกลุ่มสามัคคีประเทศไทย ที่นำโดย ‘จตุพร พรหมพันธุ์’ ประธาน นปช. ก็ได้เลื่อนการจัดชุมนุม 24เม.ย.นี้ โดยจะจัดผ่านระบบออนไลน์แทน แต่กระแสต่างๆยังคงมีอยู่ ไม่ใช่ว่าหายไปเลย

โควิดซา ได้รู้กัน !!

ปริศนา ลายพราง
133Article
0Video
39Blog