ไม่พบผลการค้นหา
รอยร้าวของ “2ป.ประยุทธ์-ประวิตร” ขยายวงมากขึ้น หลัง “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พ่ายจากศึก “6 รัฐมนตรี” บีบ “ผู้กอง”ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากเก้าอี้เลขาธิการ พปชร. ไม่สำเร็จ แม้ว่า “เสี่ยโอ๋”ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ ลั่นวาจาชก “ผู้กองมนัส” ว่าเป็นตัวปัญหา สุดท้าย “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หน.พลังประชารัฐ ยังคงเลือก “อุ้ม” ร.อ.ธรรมนัส ไว้ เพราะไม่เช่นนั้นจะอยู่ในสภาวะ “ขาลอย” ไร้มือไม้ทำงาน

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มปฏิบัติการ “ยึดพรรค” ผ่านการ “เด็ดปีกพี่ป้อม” โดยที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ เคยยืนยันมาแล้วว่าจะไม่ไปตั้งพรรคสู้ หลังมีเสียงกองเชียร์ออกมา และไม่เคย “ปิดประตู” ตัวเอง ในการไปนั่งหัวหน้า พปชร. โดยให้เป็นเรื่องของอนาคต ส่วนการสมัครเป็นสมาชิก พปชร. ก็ขอดูไประยะหนึ่งก่อน

ทั้งนี้ “ปฏิบัติการรุกคืบ” เริ่มจาก นายกฯ ให้ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” เข้าไปยัง พปชร. ในเก้าอี้ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ซึ่ง “พีระพันธุ์” ได้ชื่อว่าเป็นคนสายตรงนายกฯ ได้รับความไว้วางใจแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อมาสอดส่อง พปชร. ไม่ให้มีสิ่งที่ “หลงหูหลงตา”

อีกทั้งเป็น “เซนต์คาเบรียลคอนเนกชั่น” กับ “บิ๊กแดง”พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองราชเลขาธิการ ที่คบกับแบบเพื่อนมาตั้งแต่กางเกงขาสั้น แม้ว่า “พีระพันธุ์” จะอายุมากกว่า 1 ปี แต่ก็เติบโตมาในสังคม “ลูกนายทหาร” ด้วยกันทั้งคู่ 

ส่วน “พีระพันธุ์” กับ พล.อ.ประวิตร ก็จบจาก ร.ร.เซนต์คาเบรียล เหมือนกัน แต่ พล.อ.ประวิตร มาคุ้นเคยกับ “พีระพันธุ์” ช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ พล.อ.ประวิตร เป็น รมว.กลาโหม และ “พีระพันธุ์” เป็น รมว.ยุติธรรม โดยขณะนี้ พล.อ.ประวิตร มอบหมายให้ “พีระพันธุ์” ดูแลเรื่องการทำโครงสร้างพรรคใหม่ หรือทำ “ร่างพิมพ์เขียว” เพื่อให้พรรคได้พิจารณา

ประวิตร-อยุธยา วิรัช พลังประชารัฐ _210922_4.jpg

แต่เอฟเฟกต์ที่ทำเอา “ขั้ววงษ์สุวรรณ” สั่นคลอน นั่นคือ หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้องคดี “สนามฟุตซอลฯ” และมีคำสั่งให้ “วิรัช รัตนเศรษฐ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

ทำให้ต้องพ้นจากเก้าอี้ “ประธานวิปรัฐบาล” ไปด้วย

แน่นอนว่า “วิรัช” ก็เป็น “หนามยอกอก” พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต่างจาก ร.อ.ธรรมนัส ที่เป็น “หอกข้างแคร่” เพราะการทำหน้าที่ ประธานวิปรัฐบาล ของ “วิรัช” ทำให้ “ขั้วจันทร์โอชา” ไม่ไว้ใจ หลังเกิดปฏิบัติการ “ล้มนายกฯ” ในสภา ที่แม้ว่าแผนจะรั่วและล่ม

แต่สุดท้ายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กลับได้เสียง “ไม่ไว้วางใจ” มากที่สุด และ “ได้เสียงไว้วางใจ” รองบ๊วย เท่ากับว่า เป็นการ “หักหน้า” และทำให้ “เสียหน้า” นั่นเอง

ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิบัติการลงดาบ สลาย “ขั้ว 4ช.” ในรัฐบาล หลัง “สันติ พร้อมพัฒน์”รมช.คลัง บ้านใหญ่เมืองมะขามหวาน รู้ทางลม รีบเข้าสวามิภักดิ์ พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงศึกซักฟอก จากนั้น “ผู้กองมนัส-อ.แหม่ม นฤมล” ถูก นายกฯ ปลดพ้น รมต. ชนิดฟ้าผ่า

ซึ่งตอนนี้เหลือเพียง “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ”รมช.คมนาคม ลูกชาย “วิรัช” ที่เปรียบเป็นตัวแทนคุณพ่อใน ครม. ดังนั้นการที่ “วิรัช” ต้องหยุดทำหน้าที่ ส.ส. ก็เท่ากับสลายขั้วอำนาจ “4ช.” ใกล้เบ็ดเสร็จมากขึ้น

ดังนั้นชะตากรรม “ผู้กองมนัส” จึงอยู่ด้วย “แรงหนุน” จาก พล.อ.ประวิตร แต่งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่ยอมง่ายๆ ทำการ “เผด็จศึก” อีกครั้ง ผ่านการตั้ง “ประธานวิปรัฐบาล” คนใหม่ โดยชื่อที่เต็งหนึ่งคือ “นิโรธ สุนทรเลขา” ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. ที่ช่วงหลังมานี้ทำตัวเป็น “รัฐอิสระ” ไม่ขึ้นตรงกับมุ้งใด จากเดิมอยู่กับมุ้งสามมิตร แต่ทำหน้าที่ “องครักษ์พิทักษ์” นายกฯ ช่วงศึกซักฟอกอย่างเต็มที่เต็มเหนี่ยว

วิรัช ธรรมนัส สภา อภิปรายไม่ไว้วางใจ 7D4B-4703-AC9E-3386E1A4DBB4.jpeg

ทั้งนี้เป็นบุคคลที่ นายกฯ ไว้วางใจเพราะ “นิโรธ” มีสายสัมพันธ์เกี่ยวดองกับ “เสธ.ไทยคู่ฟ้า” ที่อยู่ข้างกาย นายกฯ ชนิดที่ว่ายากจะ “หักหลังกัน” อีกทั้งโปร์ไฟล์ของ “นิโรธ” ในสนามการเมือง 20 ปี เป็น ส.ส. 4 สมัย ยึดหัวเมือง “แดนมังกรปากน้ำโพ” มาได้ยาวนาน เติบโตจาก “พรรคชาติไทย” ก่อนย้ายไป “พรรคไทยรักไทย” ก่อนกลับไปพรรคชาติไทยอีกครั้ง ก่อนมาจบที่ “พลังประชารัฐ” จึงสามารถเชื่อมได้ทั้ง 2 ฝั่งได้บ้าง ตามประสานักการเมืองที่อยู่ในสภามานาน

แม้เป็นคุณสมบัติที่ ปธ.วิปรัฐบาล ต้องมี แต่ชื่อ “นิโรธ” ก็ยังถูกกังขาในเรื่อง “ความสุดขั้ว” เพราะ ประธานวิปรัฐบาล ต้องมีท่าที “ประนีประนอม” ขับเคลื่อนภาพรวมสภาให้เดินไปได้

ในสถานการณ์เช่นนี้ “ผู้กองมนัส” ก็แกว่งอยู่บ้าง แต่ “นักรบ” ย่อมต้องมี “แผนสำรอง” หลังเกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ “สุรทิน พิจารณ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แถลงข่าวว่าพรรคจะมีประชุมใหญ่ 7 พ.ย.นี้

โดยมีวาระสำคัญ จะมีเลือกตั้ง กก.บห.ใหม่ และจะมีการเสนอชื่อ “จุ๊บจิ๊บ”ธนพร ศรีวิราช ภรรยา ร.อ.ธรรมนัส ขึ้นเป็น ประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ

ทำให้เป็นข่าวฮือฮา แต่สุดท้าย “จุ๊บจิ๊บ” ออกมาปฏิเสธข่าวไม่เป็นความจริง และปัจจุบันยังเป็นสมาชิก พปชร. อยู่ด้วย ทว่าข่าวเช่นนี้ไม่ใช่ “เฟคนิวส์” เพราะมีคนพูดชัดเจน เปรียบเป็น “ไม่มีไฟ ย่อมไม่มีควัน”

แน่นอนว่าพรรคดังกล่าว จะถูกโฟกัสและพูดถึงต่อไป ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นการ “ส่งสัญญาณ” ชนิดหนึ่งในทางการเมืองด้วย ทั้งคนเฝ้ามองและลูกทีม

สุรทิน ประชาธิปไตยใหม่ -86A9-4785-8070-F8022FC14B06.jpeg

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ครั้งแรกที่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ ออกมาเคลื่อนไหวเช่นนี้ ย้อนไป 12ก.ย. 2564 “สุรทิน พิจารณ์” เคยออกมาให้ข่าวกรณีที่มีการเชื่อมโยงว่า พรรคประชาธิปไตยใหม่ อาจเป็นบ้านหลังใหม่ ของ ร.อ.ธรรมนัส ว่า หากมาจริงยินดีต้อนรับ พร้อมยกตำแหน่งหัวหน้าพรรคให้ด้วย แต่ทุกอย่างเวลานี้คือข่าวลือเท่านั้น

จึงต้องจับตา “ก้าวย่าง” ของ ร.อ.ธรรมนัส จะสู้อย่างไรต่อไป ในสภาวะที่ พล.อ.ประยุทธ์ รุกคืบยึด พปชร. เพราะสุดท้ายแล้วสำนวนที่ว่า “เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้” ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ

หาก “2ป.พยัคฆ์เฒ่า” จะแยกทางกันเดิน ก็เกิดขึ้นได้ ใครจะอยู่ ใครจะไป !

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
160Article
0Video
39Blog