วันที่ 5 มิถนายน 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าประชุม พ.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อหารือติดตามความคืบหน้าคดีอาญาสำคัญที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อประเทศ ณ กระทรวงยุติธรรม ชั้น 10
ประธาน กมธ.กฎหมายฯ เปิดเผยว่า การหารือในครั้งนี้ครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทุนสีเทา คดีน้ำมันเถื่อน รวมถึงคดีการลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ ซึ่งถือเป็นคดีที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ รวมถึงอาวุธปืนและรถยนต์ที่ใช้ในการหลบหนี มีความเชื่อมโยงกับข้าราชการในสังกัดกองทัพเรือ
ทำให้เกิดข้อกังวลต่อบรรยากาศการทำงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ และนำไปสู่ข้อสงสัยว่าคดีดังกล่าวเป็นเพียงปัญหาส่วนบุคคล หรืออาจมีมิติด้านความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้อง หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการเข้าหารือครั้งนี้ คือการรับฟังแนวทางการทำงานของกระทรวงยุติธรรมต่อคดีต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม รวมถึงการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
สำหรับกรณีน้ำมัน ประธาน กมธ.กฎหมายฯ กล่าวว่า หากมีความคืบหน้าที่สำคัญ จะมีการรายงานให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป พร้อมย้ำว่าการเข้าหารือในวันนี้ไม่ได้มุ่งหวังคำตอบเฉพาะคดีใดคดีหนึ่ง แต่ต้องการให้ทุกคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชนได้รับความชัดเจน และเป็นจุดเริ่มต้นของการประสานงานที่ดีระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร
ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ยังกล่าวถึงปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการได้มีการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง และหากพบว่ามีนักการเมืองหรือข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการก็สามารถใช้อำนาจตามหน้าที่ในการเชิญบุคคลดังกล่าวเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงได้
นอกจากนี้ ยังมีการหยิบยกประเด็นการฟ้องคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือ SLAPP มาหารือร่วมกัน โดยนายรังสิมันต์ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในวาระสำคัญที่คณะกรรมาธิการให้ความสนใจ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน
ส่วนกรณีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ระบุว่า เป็นปัญหาที่มีความรุนแรงและสร้างผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้ IO โจมตีสื่อมวลชน ซึ่งล่าสุดคณะกรรมาธิการได้รับเรื่องร้องเรียนจากศูนย์ทนายความมุสลิมเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า การใช้ IO เพื่อบิดเบือนข้อมูลหรือโจมตีบุคคลซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของสังคมและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ระบุ หากตรวจสอบพบว่ามีหน่วยงานภาครัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการดังกล่าว คณะกรรมาธิการจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหารือแนวทางจัดการอย่างจริงจัง
ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ว่าเจ้าจู่จู่ การหารือในวันนี้ คณะกรรมาธิการก็จะได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนการทำงานและพูดคุยงานกับกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกรณีที่คณะกรรมาธิการได้ให้ความสำคัญติดตามในคดีอาญาที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตลอดจนการส่งเสริมสิทธิ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติในการร่วมกันขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้มีประสิทธิภาพโปร่งใสและตรงกับความคาดหวังของพี่น้องประชาชน
กระทรวงยุติธรรมตระหนักดีว่าปัญหาอาชญากรรมในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นทั้งในมิติของอาชญากรรมข้ามชาติทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการกระทำความผิดที่มีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และภาคประชาชน ในการดำเนินการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด กระทรวงยุติธรรมเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงอย่างเสมอภาค รวดเร็ว และเป็นธรรม พร้อมเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพัฒนากฎหมายกลไกและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินคดีที่มีความับซ้อนสามารถดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้หลักนิติธรรม