วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิด 'โครงการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อประชาชน : สื่อสารและสร้างการรับรู้ระบบ พม. CARE' โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้คนที่มีสิทธิไม่ตกหล่น และคนที่ไม่ควรได้รับสิทธิเขามาซ้ำซ้อน ซึ่งระบบ “พม. CARE” จะทำให้การคัดกรองแม่นยำ โปร่งใส และส่งเงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนได้ 'เร็วขึ้น' เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
รมว.นิกร กล่าวว่า กระทรวง พม. ได้พัฒนาระบบการยื่นคําขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยตนเอง ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ชื่อ "พม. CARE" เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนให้สามารถยื่นคำขอ ติดตามสถานะ และเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. ด้วยตนเองได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง อีกทั้งยังช่วยให้หน่วยงานสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลกับระบบ พม. Smart และ MSO-Logbook ของกระทรวง พม. และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ได้แก่ แอปพลิเคชัน ThaiD และทางรัฐ ที่ร่วมกันตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การยื่นคำขอ และการพิจารณาสิทธิสวัสดิการสังคม ไปจนถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถยื่นคำขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเอง ผ่านระบบ e-Service บนโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ตโฟน โดยจะได้รับบริการในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569 สำหรับการขอรับเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท ได้แก่
1) เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน
2) เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน
3) เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัว
4) เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
5) เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง
6) เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก
ทั้งนี้ หากท่านไม่ถนัดการใช้สมาร์ตโฟน หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขออย่าได้เป็นกังวล เพราะได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ พม. และเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่ทั่วประเทศ เข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกและสอนวิธีการใช้งานถึงบ้าน เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มอบนโยบาย พม. 8 ด้าน "สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" ที่มุ่งใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ด้วยการสร้างฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง และเชื่อมโยงข้อมูลและสิทธิของประชาชน เพื่อให้ทุกคน "ได้สิทธิครบ จบในระบบเดียว" โดยอัตโนมัติ อีกทั้งสร้างราชการที่เป็นมิตรกับประชาชน ด้วยการปรับปรุงหน่วยบริการของรัฐให้เข้าถึงได้สำหรับคนทุกกลุ่ม ส่งผลให้กระทรวง พม. มีการพัฒนาระบบออนไลน์สำหรับการยื่นคําขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยตนเอง ซึ่งเรียกว่า ระบบ "พม. CARE" และมีการเปิด "โครงการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อประชาชน : สื่อสารและสร้างการรับรู้ระบบ พม. CARE" ในวันนี้ นับเป็นการปรับบทบาทของกระทรวง พม. อย่างจริงจัง โดยเปลี่ยนจาก "ผู้ให้ความช่วยเหลือ" ไปสู่ "ผู้สร้างโอกาส" และจากการทำงานแบบแยกส่วนไปสู่การทำงานแบบเชื่อมโยงทั้งระบบ นำไปสู่การยกระดับบริการด้านสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. ด้วยระบบ “พม. CARE” ที่เป็นการให้บริการผ่านช่องทางใหม่ ควบคู่กับช่องทางเดิม เพื่อรองรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้กำกับดูแลการขับเคลื่อนระบบ "พม. CARE" ร่วมกับทีมงานกระทรวง พม. ซึ่งระบบ "พม. CARE" นั้น ยึดกรอบแนวคิดสำคัญคือ
C = Care การดูแลเอาใจใส่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
A = Access การเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างสะดวกและเท่าเทียม
R = Response การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
E = e-Service การยกระดับการให้บริการของกระทรวง พม. ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
ดังนั้น ระบบ "พม. CARE" จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการให้บริการด้านสังคมของภาครัฐให้มีความทันสมัย โปร่งใส และเป็นธรรม อันนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างหลักประกันทางสังคมให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน