ไม่พบผลการค้นหา
ตำนาน ‘โจ๊กหวานเจี๊ยบ’ หรือ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ยังไม่คลี่คลายถึงสาเหตุถูก ‘เด้งฟ้าผ่า’ จากอดีต ผบช.สตม. ถูกโยกเข้ากรุมาปฏิบัติหน้าที่ประจำที่ ศปก.ตร. เมื่อ 5เม.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นได้มีคำสั่ง มาตรา 44 หัวหน้า คสช. โอนมาเป็น ‘ข้าราชการพลเรือน’ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษ ประจำสำนักนายกฯ

โดยพ้นจากการเป็น ‘ข้าราชการตำรวจ’ เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ถือเป็น 5 วัน ที่ทุกอย่าง ‘รวดเร็ว-ราบเรียบ’ แต่ไร้ต้นเรื่องว่าเกิดจากกรณีใดกันแน่

ทำให้มีการวิเคราะห์เชื่อมโยงถึงสาเหตุที่แท้จริง โดยมีการให้น้ำหนักไปที่เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ

แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ก็ไม่ได้ชี้แจงถึงสาเหตุอย่างชัดเจนในช่วงเวลานั้น จนเวลาผ่านมา 2 เดือน ก็ปรากฏข่าว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่มีภาพถ่ายปรากฏ เช่น เข้ามายัง ทำเนียบรัฐบาล เป็นต้น แต่ได้รับการขอความร่วมมืออย่าบันทึกภาพ จนมาถึงวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ปรากฏภาพอยู่ที่ ศาลหลักเมือง จ.นครศรีธรรมราช ทำให้สยบกระแสข่าวลือหนีไปต่างประเทศ ท่ามกลางมรสุมที่พัดผ่าน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไปบ้างแล้ว

แต่กลับมีมรสุมลูกใหม่เข้ามาแทน เช้าวันที่ 21มิ.ย.ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวสะพัดว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะคัมแบ็กกลับมาเป็น ข้าราชการตำรวจ อีกครั้ง ถึงขั้นขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.

จนมีวาทะที่ว่า ‘ฆ่าไม่ตาย’ เลยทีเดียว เพราะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ชื่อว่าเป็นนายตำรวจมากฝีมือและมากคอนเน็กชั่น มีผลงานที่สร้างชื่อจำนวนมาก สมกับเป็น ‘น้องเลิฟ’ ของ ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ที่เป็นมือทำงานด้านตำรวจให้ เพราะ พล.อ.ประวิตร เป็น ประธาน ก.ตร. ด้วยนั่นเอง

ท่ามกลางกระแสข่าวที่ระบุว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ คือผู้จัดโผตำรวจ จนได้รับฉายาว่า ‘ผบ.ตร.น้อย’ และช่วงที่ผ่านมา 5 ปี ยุคคสช. เรียกได้ว่าเป็น ‘ไรซิ่งสตาร์’ ของวงการสีกากีเลยทีเดียว แม้ พล.อ.ประวิตร จะออกมาปฏิเสธข่าวทั้งหมดก็ตาม

สุรเชษฐ์.jpg

ผลงานหนึ่งที่สร้างชื่อให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ คือการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ทำให้ พล.อ.ประวิตร พลอยได้รับคำชื่นชมจากลูกหนี้นอกระบบไปด้วย เพราะเดินทางไปแจกคืนโฉนดที่ดินและคืนทรัพย์สินให้ชาวบ้านด้วยตนเองหลายครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน เพราะมีจำนวนผู้เป็นหนี้นอกระบบมากที่สุดในประเทศ ว่ากันว่าโครงการนี้ก็สร้างคะแนนเสียงให้รัฐบาล - คสช. ที่ส่งผลถึงคะแนนเสียงของพรรคพลังประชารัฐไปในตัวด้วย

แน่นอนว่าโครงการนี้ก็ตกเป็นเป้าขึ้นมา หลัง ‘นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เผยหนี้นอกระบบมีการสร้างภาพหลอกผู้ใหญ่ในรัฐบาล ‘พลเอก ป.’ ที่มีการต่อรองการดำเนินคดีเพื่อให้ไปหาโฉนดที่ดินที่ไม่เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบมาสร้างภาพ ให้มีการกู้ยืมเงินและยึดโฉนดจำนวนมาก จึงทำให้มองเป็นใครอื่นไม่ได้ นั่นคือ พล.อ.ประวิตร ที่ดูแลโครงการนี้โดยตรง โดยปัจุจบันมี พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบแทน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์

โดย พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ตร.ได้ทำการสอบสวนแล้ว และได้ไปคุยกับนายนิพิฏฐ์แล้ว โดยไปอธิบายเพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล การทำงานก็มีระบบ มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมบูรณาการ เพื่อเลือกโฉนดที่ดินแต่ละใบ ดังนั้นทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้

ทั้งนี้มีการต่อจิ๊กซอว์เมื่อเกิดกระแสข่าว ‘โจ๊กคัมแบ็ก’ ขึ้นมา ก็เกิดข่าว ‘หนี้นอกระบบ’ ตามมา ทำให้มีการมองว่าเป็นขบวนการ ‘เตะตัดขา’ หรือไม่ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็ระบุเพียง “ไม่มี ไม่เกี่ยวกัน”

แต่สิ่งที่ พล.อ.ประวิตร ยืนยันชัดเจนคือ กระแสข่าว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะกลับมาเป็นข้าราชการ ตร. อีกครั้ง ถึงขั้นนั่งตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ตร. นั้นไม่เป็นจริง

ประวิตร

ด้าน ‘บิ๊กแป๊ะ’พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ระบุสอดรับกับ พล.อ.ประวิตร เช่นกัน

“ไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว แต่จะเป็นไปได้ยังไง เพราะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจแล้ว ยืนยันทำไม่ได้อย่างแน่นอน แม้จะมีวาระแต่งตั้งในเดือน ต.ค.นี้ก็ตาม” พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว

ส่วนคำสั่ง มาตรา 44 ที่ลงนามโอนย้ายจากข้าราชการตำรวจ มาเป็นข้าราชการพลเรือน จะยังมีผลบังคับใช้หรือไม่ หาก คสช. พ้นวาระไปแล้ว พล.อ.ประวิตร ระบุเพียงว่า “ไม่มี ก็ว่าไปตามนั้น คงไว้ตามเดิม”

นอกจากนี้ยังมีการมองว่าในอนาคตจะมีการโอนย้ายกลับมาเป็นข้าราชการตำรวจ หรือไม่ พล.อ.จักรทิพย์ ระบุว่า “ผมไม่ได้ยินนะ ยังไม่ทราบในเรื่องนี้ การแต่งตั้งก็ต้องเป็นตามขั้นตอน”

สอดรับกับกรณีที่ ‘วิษณุ เครืองาม’ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ออกมาชี้แจงกรณี หาก คสช.พ้นวาระไปแล้ว คำสั่ง คสช.ตามอำนาจ มาตรา44 กรณีพักงานข้าราชการและ จนท.รัฐ ที่ถูกตรวจสอบ โดยที่คดียังไม่จบจะทำอย่างไร

โดยสื่อได้โยงถามถึงกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ที่สังคมกำลังจับตามอง โดย ‘รองนายกฯวิษณุ’ ระบุว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่ได้โดนคำสั่งมาเพื่อการลงโทษ แต่เป็นการย้ายออกจากข้าราชการตำรวจ มาเป็น ข้าราชการพลเรือน ดังนั้นไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น และถ้าจะย้ายกลับไปก็สามารถใช้คำสั่งปกติได้

ซึ่งจุดสำคัญที่ รองนายกฯวิษณุ ยังคงระบุตรงกับเมื่อ 2 เดือนก่อน คือ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่ได้โดนคำสั่งมาเพื่อการลงโทษ

หากย้อนกลับไปดูคำสั่ง ม.44 ในการโอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นั้น ระบุถึงการอาศัยอำนาจตามในข้อ 1 และ 5 ของคําสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว

วิษณุ เครืองาม

ซึ่งในขณะนั้น ‘รองนายกฯวิษณุ’ ได้อธิบายถึงกรณีคําสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 ว่า “คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 มีหลายลักษณะทั้งมาเพื่อจะสอบสวน สอบสวนแล้วไม่ผิด มาแล้วไม่สอบสวน และสอบสวนแล้วถึงมา และกรณีนี้ ผมก็ไม่ทราบว่าจะมีการสอบสวนหรือไม่ ทั้งนี้ต้นเรื่องของการย้ายมาครั้งนี้ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต”

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าหรือความชัดเจนว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ถูกเด้งฟ้าผ่าเรื่องใดกันแน่ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะออกมาชี้แจงล่าสุด ยืนยันว่าไม่มีการโอนย้ายกลับไปเป็น ขรก.ตำรวจ ตามกระแสข่าว พร้อมขออย่าไปหาสาเหตุการโอนย้ายเดิมอีก โดยย้ำถึงการโอนย้ายเพื่อให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น

“ย้ายใครถามอยู่นั่นแหละ ไปเอามาจากไหน ใครปล่อยข่าว ผมไม่รู้ ขอยืนยันไม่มีการย้าย แต่ที่เคยโอนย้ายเพื่อความเหมาะสมในการปฎิบัติหน้าที่ ก็จบแล้ว ไม่ต้องไปหาเหตุนู้นเหตุนี้อีก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

แต่มีการมองว่าการที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่ต้องหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ แต่อยู่อย่างเงียบๆแทนนั้น จึงเป็นปัจจัยเสริมปลุกกระแสข่าว ‘คัมแบ็ก-รีเทิร์น’ ด้วย ที่ต้องมองต่อไปคือมีการหวังผลอะไรต่อการปลุกกระแสข่าวเช่นนี้

แต่เมื่อเกิดภาพ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ปรากฏกายครั้งแรกในรอบ 2 เดือนกว่า ก็มีกระแสข่าวโหมกระหน่ำเข้ามาทันทีนั้น 2-3 เรื่อง ทั้งที่ 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีกระแส ‘คลื่นใต้น้ำ’ ใดๆออกมาให้เห็นให้เห็นชัดๆ ก็เป็นภาพสะท้อนว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ‘ถูกจองกฐิน’ ไม่น้อยแน่นอน เพราะความเป็น ‘ไรซิ่งสตาร์’ ของตัวเอง แต่อีกคำถามที่เกิดขึ้น คือ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กำลังปฏิบัติภารกิจ ‘ว.5’ ใดอยู่ในเวลานี้หรือไม่ ? ทำให้อนาคตของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จึงถูกจับตาต่อไป

หากสุดท้ายแล้วโชคชะตา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้กลับมาจริง งานนี้จะต้องมี ‘คนรับผิดชอบ’ กับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ แรงสั่นสะเทือนย่อมมาถึง ‘2ป.ประยุทธ์-ประวิตร’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะเจอกับสารพัดคำถาม-เงื่อนงำที่ต้องเคลียร์ให้ชัด เพราะที่ผ่านมาทั้ง ‘2ป.’ ก็ไม่อยากขยายความเรื่องนี้เท่าใดนัก

โชคชะตาฟ้าลิขิต ‘ชีวิตโจ๊ก’ !!

ปริศนา ลายพราง
116Article
0Video
39Blog